ผมทำงานเป็นกะ เข้ากลางวันสลับกลางคืนครับ
เจ้านายโดยตรง (หัวหน้างาน)เป็นคนชอบ
สังสรรค์ในเวลาทำงานและสร้างความกลมเกลียวกับลูกน้องด้วยแอลกอฮอล์
ผมอยู่ในกลุ่ม 40% ที่ไม่ดื่มครับ ก็ไม่ได้เดือดร้อน
อะไรนัก จนกระทั่งลูกน้องที่ชอบดื่มเริ่มอยากดื่มกับนายบ่อยขึ้น พวกเขาทำให้เจ้านายสั่งพวกเรา
(ที่ไม่ได้ดื่ม) ให้ไปวิ่งงานแทนพวกที่ดื่ม !?
พักหลังนี้ พวกเราทำงานหนักเพิ่มขึ้นมาก
โดยไม่มีความก้าวหน้าในงานต่างจากเดิมเลย
เหนื่อยทั้งกาย ชำ้ทั้งใจ
พวกเราควรทำยังไงดีครับ ?
ทางแก้ปัญหาในขณะนี้มีได้หลายทางเลือก คุณอาจส่งตัวแทนขอคุยกับเจ้านายว่าคงไม่ไหวแน่ที่ต้องทำงานแทนพวกนักดื่มทั้งหลายเพราะคงทำไม่ไหว ถ้ายังไม่มีความคืบหน้าก็คงต้องพึ่งฝ่ายการพนักงานหรือไม่ก็ปรึกษาหัวหน้าของหัวหน้าอีกที คิดว่าการที่พนักงาน 40% ไม่เห็นด้วยกับการดื่มขณะปฏิบัติงานน่าจะเป็นข้อคิดทำให้หัวหน้าหรือหัวหน้าของหัวหน้าคิดได้ในเรื่องนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป มาตรการขั้นสุดท้ายก็อาจเป็นการขอย้ายสังกัดในไปอยู่หน่วยงานอื่นจนเหลือแต่ขี้เมาหรือพวกแอลกอฮอลลิซึ่มอยู่ในแผนกแล้วมาดูกันว่าผลผลิตของแผนกจะลงเหวไปขนาดไหน หวังว่าที่บริษัทน้องคงไม่ใช่เป็นโรงผลิตเหล้านะ เพราะแม้แต่โรงงานผลิตเหล้าเขาก็มีข้อห้ามการดื่มขณะทำงานครับ เมาส่วนเมางานส่วนงานครับน้อง ไม่ควรปะปนกัน

ในทุกๆที่มีทั้งคนรักและเกรียจเรา
ถ้าคนเกรียจเรามากกว่าคนรักเรา รอง คิดดูว่าตัวเราเอง ผิดอะไร
อย่าคิดเข้าข้างตัวเองว่าดีกว่าคนอื่น แล้วก็ปรับตัวเข้าหาเขา
ถ้ามีคนรักเรามากกว่าคนเกรียจเรา เราก็ทำตัวเหมือนเดิม
เดี้ยวพวกที่เขาไม่ดี ก็ไปจากเราเอง จงคิดว่าคนที่เราไม่ชอบ
เหมือนสุนัขที่เราเลี้ยง บางทีอาจจะเห่า หอน ให้หงุดหงิดหัวใจ
แต่สุดท้ายก็คือสัตว์เลี้ยงของเรา ขอให้โชคดี
ไม่รู้ว่าเป็นงานลักษณะไหนน่ะ…แต่ถ้าเป็นบริษัท ก็ทำหนังสือร้องเรียนต่อที่ประชุมใหญ่ของคณะกรรมการบริหารบริษัท………
บริษัทร้อยทั้งร้อยต้องการผลกำไร ในที่ประชุมคงไม่เอาหัวหน้าแบบนี้ไว้หรอก
ถ้าเป็นผมจะลาออกยกทีม ดูซิพวก 60เปอร์เซ็นที่กินเหล้า มันจะอยู่ได้ซักกี่น้ำ อันนี้มันไม่ไช่ระบบเสียงส่วนน้อยหรือเสียงส่วนใหญ่ มันเป็นการรวมหัวเอาเปรียบซะมากกว่า ถ้าเสียงส่วนใหญ่แย่จริง มันต้องให้เจ้าของ บ.เปิดให้ลงคะแนน แล้วประกาศออกมาว่า บ.เรา จะให้คนกินเหล้าชี้นิ้วสั่ง แล้วคนไม่กินเหล้าทำงาน แบบนี้ถึงเรียกว่าการลงคะแนน อิอิ ลองคิดภาพดูซิ การลงคะแนนที่ทุกคนรู้ กับการสอพลอที่หลายคนทำ
สมัยนี้เค้านิยมเสียงส่วนใหญ่กัน ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี รู้แค่ว่าเสียงส่วนใหญ่ชนะ เสียงส่วนน้อยหลบไป
รีบไปหน่อย…
สมัยนี้ค่าของคน อยู่ที่คนของใครค่ะ มีทุกที่ ทุกเวลา
ทุกวันนี้คนเราจำเป็นต้อง แปลงกลายเป็นกิ้งก่าเปลี่ยนสีได้
ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ใครจับทางใครได้
ก็สบายไป
ที่ทำงานเราหรือ เป็นองค์กรการกุศล แต่มีพวกประเภทใช้อำนาจหน้าที่หาผลประโยชน์แล้วก็เอาผลประโยชน์นั้นให้เจ้านาย ในกลุ่มเขาทุกคนจะได้ดิบได้ดี ปีนึงมีเงินเข้าแบ็งค์กันเป็นแสนๆ บางคนเพิ่งเข้าทำงานไม่ถึง 5 ปี มีเงินซื้อรถซื้อบ้าน บ้างคน ไม่ได้เป็นหัวหน้า เจ้านายก็ดัน โดยการตั้งฝ่ายขึ้นมาใหม่แล้วแต่งตั้งให้ลูกน้องที่เอาผลประโยชน์ให้เป็นหัวหน้าฝ่ายใหม่ที่ตั้งขึ้น บางคนสามารถหาเงินเป็นหลักล้านเพื่อให้ลูกสะไภ้ของตัวที่ต้องทำงานใช้หนี้ทุนในต่างจังหวัด เพื่อมาอยู่ในกรุงเทพได้ อยากรู้จักองค์กรนี้ไหม องค์กรนี้เป็นองค์กรที่มีสัญญาลักษณ์เป็นรูปกาบาทสีแดง แล้วก็เป็นหน่วยงานที่จัดงานประจำปี ที่ลานพระรูปทรงม้าไง
69
ขำๆมติส่วนใหญ่ เสียงข้างมากทำอะไรก้อไม่ผิด555
วิธี คลิปไว้10คลิป10วัน/ครั้ง เป็นหลักฐานให้คนมีอำนาจพิจารณา ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขก้อทำใจออกเถอะคับ
มันต้องเริ่มที่ประเทศครับถ้าประเทศไม่มีกฏระเบียบ คนในสังคมก็ไม่มีระเบียบ ส่งผลต่อนิสัยเอาไปใช้ในเวลางานก็ไม่มีระเบียบ ไม่แปลกใจครับบริษัทข้ามชาติใหญ่ๆ ถ้าทำที่ประเทศอื่นก็ดูดีครับ แต่บ้านก็……… ย้ายไปไหนก็เจอทุกที่ครับ เพราะประเทศเรามันไม่มีกฏระเบียบ คนเลยเสียนิสัยกันเยอะครับ
โดนเหมือนกันคับ … ไม่รูทำไงดี ทน ทน และทนอย่างเดียวครับ สักวันกรรมชั่ว ก็สนองพวกเขาเอง …. โดนมา สามปีละ
ที่ทำงานผมหนักกว่าครับ บริษัทผมเป็นข้ามชาติ ประเภท ขนส่งด่วน บริษัทใหญ่มั่นคง ภาพพจน์ในสายตาคนนอกดูดีมาก น่าร่วมงานมาก รายได้ดี มีสาขาทั่วโลกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ระบบขนส่งนำหน้าคู่แข่งเกือบจะทุกๆด้าน แต่ภายในกัดกันและ นโยบายของระดับหัวหน้างาน ตั้งแต่ suppervisor , duty manager ขึ้นไปเขามีกฏระเบียบที่ไม่ใช่มาตราฐานของบริษัทว่า ถึงมึงตามกู มึงรอด ถ้าพวกมึงขัดกูพวกมึงออก ถ้าบอกชื่อบริษัทจะต้องถึงบางอ้อแน่นอน รถสีเหลืองครับวิ่งทั่วไปหมด นี่คือนโยบายที่ทำงานผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ สุวรรณภูมิ หัวหน้างานส่วนมากได้ตำแหน่งมาจากการ กอดแข่งกอดขากันมาทั้งนั้นละครับ คนดีๆที่เขาตั้งใจทำงานต่างก็ท้ออยู่ไม่ได้หนีไปกันหมด
คิดซะว่าชั่งมันเถอะครับ เพราะพวกมันไม่อยู่ในสายตาเรา เหมือนหมาเห่าไง หมายังรู้ว่าอะไรกินได้อะไรกินไม่ได้ แต่คนแดกหมด (จำไว้ว่าวงเหล้่ามีแต่คนต่อหน้าอย่างรับหลังอย่างมันไม่จริงใจกันหรอกตีหน้าเข้าหากัน) เดี้ยวมันก็ตายกันเองและ เราก็อวยพรให้พวกมันกินทุกๆๆๆวันนั้นดีแล้ว มันจะได้ตายเร็วๆๆๆๆๆๆๆ อิอิอิ
“ผมก็โดนทั้งเจ้านายทั้งเจ้าของคอเดี๋ยว (คอเดียว) กันทั้งบริษัท….พึ่งจะโดนแม่บ้านดูหมิ่น…แต่กลับกลายผมโดนเตือนข้อหาทะเลาะวิวาท..ทั้งที่แม่บ้านดูหมิ่นผม…นอกเหนือจากดร.วิชัยแนะนํามา..ควรทําอะไรได้อีกครับ….ผมกลัวจะโดนใส่ร้ายเพราะแม่งพวกเดี๋ยว (พวกเดียว) กันทั้งบริษัท…เพิ่งไปแจ้งความแม่งข้อดูหมิ่น…กลัวเป็นโจ๊กเลย..กลับอีกข้อหาละเมิดลิขสิทธ์ (น่าจะเป็นข้อหาละเมิดสิทธิส่วนบุคคล) ..ป้องกันไว้ก่อนเดี๋ยวแม่งมีไรมาใส่ร้ายผมอีกจะแย่…เสียทั้งเวลาเสียอนาคต…และที่สําคัญเราลงทุนเรียนหนัง (หนังสือ) พ่อแม่ลําบากมาให้เราเรียนเพื่อจะได้ไปทํางาน ทํางานก็ต้องลงทุนทั้งค่ากินค่าอยู่…พวก….แม่งมาจรัญไร (จัญไร) ใส่..คิดแล้วเสียหัว..ป้าด..เตะกลิ้ง..ทํากําลังตั้งใจทํางานเลย..”
สำนวนหยาบคายแบบนี้ พิมพ์ก็ผิด เสียดายแทนพ่อแม่ที่ส่งเสียให้เรียน
ทําเกี่ยวกับ อะไรครับเกี่ยวกับทาง รึป่าว ทําไมชั่งเหมือนผมเช่นนี้ ส่วนตัวทุกวันนี้กลายเป็นคนสุภาพจิตรแย่มากครับ
อุทิศบุญให้เขาครับ เผื่อจะมีอะไรดีขึ้น ถ้าคุณเชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษ
ผมก็โดนทั้งเจ้านายทั้งเจ้าของคอเดี๋ยวกันทั้งบริษัท….พึ่งจะโดนแม่บ้านดูหมิ่น…แต่กลับกลายผมโดนเตือนข้อหาทะเลาะวิวาท..ทั้งที่แม่บ้านดูหมิ่นผม…นอกเหนือจากดร.วิชัยแนะนํามา..ควรทําอะไรได้อีกครับ….ผมกลัวจะโดนใส่ร้ายเพราะแม่งพวกเดี๋ยวกันทั้งบริษัท…เพิ่งไปแจ้งความแม่งข้อดูหมิ่น…กลัวเป็นโจ๊กเลย..กลับอีกข้อหาละเมิดลิขสิทธ์..ป้องกันไว้ก่อนเดี๋ยวแม่งมีไรมาใส่ร้ายผมอีกจะแย่…เสียทั้งเวลาเสียอนาคต…และที่สําคัญเราลงทุนเรียนหนังพ่อแม่ลําบากมาให้เราเรียนเพื่อจะได้ไปทํางาน ทํางานก็ต้องลงทุนทั้งค่ากินค่าอยู่…พวก….แม่งมาจรัญไรใส่..คิดแล้วเสียหัว..ป้าด..เตะกลิ้ง..ทํากําลังตั้งใจทํางานเลย..
พยายามเป็นเจ้านายพวกมันให้ได้ครับ
ถ้ามันไม่มีทางก็รอโอกาสเหมาะๆ ลาออก
และแจ้งต่อทางผู้บริหารโดยตรงครับ
พวกนี้ต้องดัดสันดาน