“เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ชายหนุ่มผู้มีความฝันอยากให้คราฟต์เบียร์ไทยดังไกลทั่วโลก

Home / men around, RUSH Variety / “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร” ชายหนุ่มผู้มีความฝันอยากให้คราฟต์เบียร์ไทยดังไกลทั่วโลก

หลายๆ คนมีความฝันเป็นของตัวเอง หลายๆ คนอยากที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และหลายๆ คนก็ล้มเลิกความฝันกับสิ่งที่รักไปเพียงเพราะเจอความกดดัน อุปสรรค์ ต่างๆ นาๆ จะมีคนสักกี่คนที่ไม่ยอมล้มเลิกความฝันของตน แล้วพุ่งชนทุกอย่างไปข้างหน้าด้วยความบ้าอย่างมีสติแบบเขาคนนี้ “เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรชายหนุ่มผู้มีความฝันอยากให้คราฟต์เบียร์ไทยดังไกลทั่วโลก ลองมาทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้กันดู เขาเป็นคนที่มีความสนุก และน่าทึ่งอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

หลังจากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวแล้ว ชีวิตเป็นยังไงบ้างครับ?

ฐานะก็เหมือนเดิมครับ จนเหมือนเดิม ว่างมากขึ้น เพราะไม่ได้ทำงานอื่นเสริม แต่กลับมีชื่อเสียงในด้านดีมากขึ้น อย่างเวลาออกไปซื้อของซื้ออะไร คนที่เขาจำเราได้เขาจะลดราคาให้เรา บางร้านให้กินฟรีเลยก็มีครับ ซึ่งเอาตรงๆ นะผมก็เกรงใจนะ พอจะจ่ายเขาก็ไม่เอาซะงั้น แต่ด้วยความมีชื่อเสียงมากขึ้นนี่แหละ ผมเลยคิดว่าจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสให้ได้

อะไรเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากทำเบียร์ยี่ห้อของตัวเอง?

ในโลกนี้มันมีแบรนด์เบียร์อยู่เยอะมากเลยครับ แล้วก็มีหลายๆ แบรนด์ที่น่าสนใจมากๆ ผมก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นตัวเราเองก็น่าจะทำได้ อย่างรูปแบบฉลาก ชื่อเบียร์ หรือกระทั่งรสชาติแบบไหน เราก็สามารถออกแบบเองได้ มันน่าสนุกดี แถมยังทำเงินได้อีก เอ้อ! มันก็ดีนะ ซึ่งทีแรกเนี่ยผมก็แค่ทำมันขึ้นมาเล่นๆ ไม่ได้จริงจังอะไรครับ ทำไปทำมาแล้วมันก็สนุกน่ะครับ แล้วก็ได้ตังค์ด้วย ก็เลยทำมันจริงจังเลย

ก่อนหน้านี้ทำงานอะไรมาบ้างครับ?

ทำมาหลายอย่างมากเลยพี่ แล้วก็เจ๊งแต่ไม่จบ ผมเริ่มใหม่หลายครั้งหลายอย่างมาก คือผมทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ เลยครับ อย่างตอนเด็กๆ ก็เป็นเด็กเสิร์ฟน้ำชาในงานศพคนจีน อันนี้งานแรกเลยนะเด็กเสิร์ฟน้ำชาเนี่ย ตอนนั้นประมาณ 7 ขวบ พอช่วงมหาลัยก็เป็นเด็กเฝ้าร้านเกม  เด็กเสิร์ฟร้านเหล้า ซึ่งเอาจริงๆ ผมไม่ได้คิดเรื่องเงินสักนิด ผมคิดแค่ว่าไหนๆ ก็เป็นคนเล่นเกมแล้ว ก็ทำงานเฝ้าร้านเกมไปด้วยเลยสิ ได้เล่นเกมฟรีแถมได้ตังค์อีก ชอบดื่มเหล้าก็เป็นเด็กเสิร์ฟร้านเหล้า ร้านปิดเจ้าของร้านเอาให้ดื่มแถมได้ค่าแรงอีก เออ! ก็ดีนะ แล้วก็ยังมีอีกหลายๆ อย่างที่ผมทำมา ถ้าให้เล่าหมดท่าทางจะจบยาก

 ทราบว่าจบด้านกฎหมายมาแถมเคยเป็นทนายด้วย?

เอาตรงๆ เลยนะ ใจผมไม่เคยคิดอยากจะทำอาชีพนี้เลยจริงๆ แต่มันรู้สึกว่ากว่าจะเรียนจบมาได้ตั้งหลาย ถ้าไม่นำสิ่งที่เรียนมาใช้ซะหน่อย มันจะก็กระไรอยู่ ก็เอาหน่อยวะ ประกอบกับเพื่อนชวนไปทำที่ต่างจังหวัดแถมเงินเยอะด้วยได้ตั้งหลักหมื่น ก็เลยไปเลย ทำไปได้ปีครึ่งก็เริ่มเบื่อ คือผมไปเจออะไรที่ทำให้ไม่อยากจะทำต่อ กระบวนการยุติธรรมที่ผมเจอมามันไม่ใช่เลย ก็เลยออกมาทำงานฟรีแลนซ์ เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ติวเตอร์ อะไรประมาณนี้ ระหว่างนั้นก็ไปเป็นไกด์ทัวร์ เป็นอาชีพที่ผมทำแล้วไม่รู้สึกว่าเบื่อเลย คือถึงมันจะเหนื่อยแต่มันสบายใจมากๆ เลย ระหว่างนั้นก็เริ่มทำเบียร์ไปด้วยแล้วครับ อย่างที่บอกไปตอนแรก ตอนนั้นผมยังทำเบียร์เป็นในลักษณะของฮอบบี้อยู่

ไปเรียนวิธีการทำเบียร์มาจากที่ไหน ยังไงครับ?

Google เลยพี่ มันมีให้พี่ทุกอย่างเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มาจากความอยากที่จะเรียนรู้ของตัวผมเองด้วย ที่บ้านผมสอนให้ผมเป็นคนที่ชอบการเรียนรู้ และลงมือครับ

หลังจากได้พบคุณต๊อดแล้วเป็นยังไงบ้างครับ?

ไม่มีอะไรมากครับ เขาก็ให้คำแนะนำผมในหลายๆ ด้านครับ คือเราไม่ใช่ศัตรูกันครับ ยังไงเราก็สู้เขาไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องที่คุยกันก็เป็นความรู้ด้านการตลาดกับเรื่องทั่วๆ ไป ไม่มีอะไรมากมายครับ

พูดถึงทิศทางตลาดเบียร์บ้านเราในมุมมองของคุณให้ฟังสักนิดนึงครับ?

ผมว่ามันก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นะครับ เบียร์หรือพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอลมันเป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่สนใจเรื่องเศษฐกิจอยู่แล้ว สังเกตว่าเราจะเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ สำหรับแบรนด์ใหม่ที่ปรากฎออกมาในบ้านเรา ในอนาคตผมก็ยังคิดว่ามันจะยังเติบโตขึ้นไปอีก อย่างถ้ามีคนทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมาเดือนละแบรนด์เข้ามาในตลาด ทางเลือกก็ยิ่งเยอะ วงก็ขยายออกไปเรื่อยๆ ครับ เปอร์เซ็นต์การเติบโตของสินค้าประเภทมีแต่จะเพิ่มขึ้น

ปกติเป็นคนชอบดื่มแน่ๆ ที่เคยจัดหนักสุดมานี่ขนาดไหน?

เอาแบบปัจจุบันนี้ ตัวผมเองดื่มน้อยลงแล้วล่ะครับ แต่ถ้าถามถึงเมื่อก่อนล่ะก็ เรียกได้ว่าถึงไหนถึงกันเลยล่ะครับ สมัยก่อนผมจะเป็นตัวบ้าเลยล่ะเป็นตัวที่ทุกคนอยากจะให้อยู่ในแก๊งค์ เคยเมาหนักที่สุดคือ ตื่นมาแล้วพบว่ามือข้างนึงล้วงอยู่ในกางเกง แล้วอีกข้างถือมือถือแล้วในจอเปิดรูปผู้หญิงคนนึงเอาไว้ หนักขนาดนั้น แถมตอนช่วงหนักมากๆ นี่เทียบได้กับหนังเรื่อง Hang Over เลยครับ

ชอบดื่มเบียร์แบบไหนมากที่สุดหรือได้หมด?

แล้วแต่ตัว แล้วแต่วาระ แล้วแต่โอกาสเลยครับ มันเป็นเรื่องของเทสครับ อย่างวันนี้มันดี อากาศดี ถูกโฉลกกับเบียร์ตัวที่สั่งมาพอดี เบียร์ตัวนั้นมันก็จะดี เอาเป็นว่า เบียร์ที่อยู่ตรงหน้าผมในขณะนั้นคือเบียร์ที่ดีที่สุดครับ

มีคิดเล่นๆ มั้ยครับว่า อยากจะลองตะลุยดื่มเบียร์ให้ครบทุกยี่ห้อทั่วโลก?

อยากมากเลยครับ อันนี้ตผมไม่ได้คิดเล่นเลยครับ อันที่จริงแล้วผมเคยเที่ยวรอบโลกมาครั้งนึงแล้ว แต่ตอนนั้นเพิ่งได้กินเบียร์เป็นครั้งแรกที่นิวยอร์ค แล้วนั้นคือจุดกำเนิดของการทำคราฟต์เบียร์ของผมเลย ซึ่งตอนไปประเทศอื่นๆ ผมก็พยายามที่จะกินให้ครบนะ แต่ก็ยังไม่ครบสักที

ชอบผู้หญิงแบบไหนครับ?

อธิบายยังไงดีล่ะ เอาเป็นว่าชอบผู้หญิงน่ารักล่ะกันครับ ใสๆ อยู่ด้วยแล้วสบายๆ แต่เอาจริงๆ ผมไม่เคยประสบความสำเร็จกับผู้หญิงไทยเลยนะ

ได้ยินมาว่ามีโปรเจคที่จะเปิดบาร์อยู่ เล่าให้ฟังสักนิดสิครับ?

ก็จะเป็นบาร์แบบคราวด์ฟันดิ้งครับ ก็อย่างใครมาก็ซื้อคูปองอันนึงก็เอาไปหย่อนกล่องโปรเจคเพื่อการสนับสนุนร้าน เพราะตอนนี้ร้านแค่พอเปิดได้ครับ แต่ยังไม่มีทุนที่เพียงพอ ซึ่งเรามีโปรเจคที่จะทำในร้านหลายๆ อย่าง เช่น มีตู้เกมอาเขตให้เล่นกัน เราก็จะแบ่งเป็นกล่องสำหรับระดมทุนตู้เกมอาเขต อะไรประมาณนี้ครับ ซึ่งร้านก็น่าจะเปิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากหนังสือเล่มนี้วางแผง มันจะเป็นบาร์ของทุกคนครับ ผมทำตามความฝันให้กับทุกคนที่อยากเปิดบาร์ให้เรามาอยู่ร่วมกัน ยังไงก็สามารถติดตามได้ที่เพจ Taopiphop Bar Project ครับ

ถ้าแบรนด์เบียร์ของคุณกำเนิดขึ้นมาแล้ว อยากให้มันไปไกลได้ขนาดไหน?

ระดับโลกครับ อยากให้มันเป็น Top 10 เลย ผมจะพยายามทำให้ได้ ใครจะว่ายังไงก็ตาม ผมจะพยายามทำให้ได้ มันอาจจะดูผยองนะ แต่มันคือความฝันของผม

 ฝากอะไรถึงคนที่สนใจอยากจะมีเบียร์เป็นของบตัวเองแบบคุณสักนิดนึงครับ?

ผมเคยเกือบจะฆ่าตัวตายมาครั้งนึง แต่ก็ไม่กล้าพอ เพราะตอนนั้นก็ไม่เหลืออะไรเลย ตอนนั้นอยู่เกาหลีแล้วต้องเซลทุกอย่างหมด ทุกอย่างมันกำลังจะพัง แล้วเผอิญว่าผมได้ไปฟังคนๆ นึงพูด ชื่อเจมส์ วัตต์ เป็นเจ้าของแบรนด์บลูด็อกเบียร์ เขามาพูดที่เกาหลีพอดี แล้วเขามีแบ็คกราวด์คล้ายๆ ผมคือเริ่มมาจากคราวด์ฟันดิ้งมา เขาก็บอกว่า เขาผ่านช่วงเวลาฮาร์ดไทม์มาเหมือนกันกว่าจะถึงจุดที่ประสบความสำเร็จนี้ได้ แล้วผมก็ไปถามคำถามเขาคำถามนึงว่า “ตอนไหนที่ยากที่สุดในการทำธุรกิจด้านนี้ของคุณ” เขาก็บอกว่า “ปีสองปีแรกของการทำธุรกิจน่ะ มันยากหมดแหละ คุณจะต้องบ้าขั้นสุด คุณต้องมีความเชื่อในแพชชั่นของคุณให้ถึงที่สุด ต้องไม่ยอมตายเด็ดขาด ต้องสู้ แล้วคุณจะรอด” ผมก็มานั่งคิด “เออว่ะ ผมผ่านมาแค่ 6 เดือน น้ำตาล่วงอะไรขนาดนั้น สุดท้ายผมก็กลับมาทำอีก ใช้ลูกบ้าในตัว สู้ต่อ” สรุปเลยว่า เราต้องเชื่อมั่น แน่วแน่ ตั้งมั่น และรักจริงในสิ่งที่เราจะทำครับ