พระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม โยมถาม อาตมาตอบ

2009-08-10 : 14:28:43

พระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม
โยมถาม อตมาตอบ

Q & A
by Pra Surasak Jaranadhammo

สวัสดีครับชาว men.mthai.com หากใครไครมีปัญหาสงสัยเรื่องธรรมะ คงต้องชื่นชอบเนื้อหาจาก
นิตยสารธรรมดา ซึ่งเป็นนิตยสารแจกฟรีสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเรา ที่ช่วยไขความกระจ่างให้แก่ชีวิต ในรูปแบบธรรมะ เราจึงหยิบยกคอลัมน์ Q&A โยมถาม อาตมาตอบ” ซึ่งตอบปัญหาโดย พระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม

tumma15.jpgนิรันตร์ อุดมเลิศลักษณ์ (บริษัท ตือ จำกัด):

Q :
ถ้านำเงินที่เรา
ต้องการจะทำบุญไปถวายพระ แต่พระกลับนำไปใช้ในทางที่ผิดเราจะบาปไหมครับ เพราะถือเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุน
A :
หากเจตนาเราไม่ได้มีไปเพื่อการนั้น ก็ไม่เกี่ยวข้องกัน เจตนาที่
ประกอบด้วยกุศลสมบูรณ์ย่อมส่งผลเป็นกุศล


Q :
การที่เราไม่ให้เงินแก่ขอทานหรือเด็กขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดงถือว่าเราไม่มีเมตตาใช่ไหม บาปไหม เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเอาเงินไปทำอะไร
A :
เอาเงินไปทำอะไรยังไม่รู้ แต่ ณ ขณะที่ขอทานมาอยู่ตรงหน้า ทางแห่งกุศลได้เปิดขึ้น
แล้ว
  หากไม่มีเจตนาที่จะทำกุศลนั้น กุศลก็เกิดไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เห็นได้ชัดเจน

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   


tumma14.jpgสัญชัย จิรัฏฐ์ทรัพย์พิศาลกุล (ดีไซเนอร์ Sunshine):

Q :
อยากทราบว่าพุทธศาสนาสอนให้เราเดินทางสายกลาง แล้วทำไมวัดจึงแข่งกันสร้างโบสถ์ให้ใหญ่โตอลังการ สวนทางกับหลักคำสอน
A :
หากศึกษาในสมัยพุทธกาล วัดทั้งหลายไม่ได้เกิดจากการสร้างของพระ วัดหรือโบสถ์เกิดจากจิตอันเป็นกุศลศรัทธาของเหล่าพุทธศาสนิกชนทั้งสิ้น การแข่งกันสร้างสิ่งที่ใหญ่โตในความรู้สึกทางโลก คงห่างไกลกันมากกับผู้ที่สร้างที่มีกุศลศรัทธาในพระธรรมคำสอน

Q : ทำไมการทำบุญด้วยการบริจาคเงินจะทำให้ได้ส่วนบุญ จะต่างกับการที่จิตใจเราคิดดี ทำดีอย่างไร โดยที่บางครั้งการคิดดีทำดีแต่ไม่ได้บริจาคเงินจะมีส่วนในการได้บุญหรือไม่
A :
บุญกุศลคงไม่ได้เกิดเฉพาะขณะที่บริจาคทรัพย์สินสิ่งของ หรือเงินทองเท่านั้น มีได้หลายกรณี เช่น ในขณะที่งดการเบียดเบียนผู้อื่น หากเราสังเกต ใจก็ผ่องใส นี่ก็เป็นบุญกุศล ทำได้ทั้งทางกาย วาจา ใจ คิด ทำ พูด เป็นกุศลผลก็เป็นกุศล อยู่ที่ขณะใดควรทำอะไร ในขณะที่ควรช่วย หากเอาแต่คิด ก็คงไม่ควรกับกาละ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma10.jpgรัศมี ทองสิริไพศรี (นางแบบ):

Q :
อยากทราบว่าดื่มสุราบ้างเล็กน้อย (รู้แล้วว่าผิดศีล) แต่เราดื่มอย่างมีสติอย่างนี้เป็นบาปไหมคะ
A :
แค่คิดว่าจะดื่มก็ขาดสติแล้ว

Q : มีเพื่อนชอบโกหก เราก็จับได้ทุกที ควรทำจิตอย่างไรไม่ให้เครียดคะ
A :
คนโกหกกับคนที่ไม่พอใจคนโกหก ใครร้ายกว่ากัน เพื่อนโกหกกับเราที่ไปสนใจเรื่องที่คนโกหกพูด ใครควรแก้ไขก่อน อย่าไปเพ่งโทษผู้อื่น ดูกลับมาที่ใจ มีความรู้สึกอย่างไร ระลึกรู้

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma09.jpgชัชพงษ์ อำภรรัตน์ (ผู้ช่วยช่างภาพ):

Q : ทำยังไงเมื่อความคิดฟุ้งซ่าน กระวนกระวาย เมื่อเสียใจ เศร้าหมอง เวลาเจอสถานการณ์ที่ตัวเองรู้สึกไม่ชอบ อึดอัด ไม่ชอบใจผู้คนที่พบปะด้วยอย่างมากควรทำตัวอย่างไร
A :
หากลองสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ไม่พ้นกายกับใจ ในกรณีนี้ทุกอย่างที่ถามอาจจะมีเหตุที่เราเห็นต่างๆ กัน แต่เหตุจริงๆ เกิดขึ้นที่ใจที่เดียวเท่านั้น ลองดูที่ใจเมื่อมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นว่ามีสภาพเป็นอย่างไรดูเหมือนดูละครที่เล่นในใจ ว่าบทไหนใจเป็นอย่างไร

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma08.jpgธวัชชัย เพชรวารา (สไตลิสต์และ Choreographer):

Q :
ทำไมกิเลสของมนุษย์ถึงได้มีมากมาย ทั้งๆ ที่ทุกคนอยากตัดกิเลส
A :
ทุกอย่างต้องรู้เหตุ นอกจากรู้จักกิเลสแล้วต้องหมั่นฝึกให้รู้ตัวขณะที่กิเลสเกิด รู้จักเครื่องมือ ต้องรู้วิธี เหมือนเราอยากดับไฟรู้ว่าต้องเอาน้ำดับ แต่ไม่รู้จักน้ำ ไม่รู้จักวิธี หรือไม่ทันเวลา ไฟก็ไม่ดับ หรือบางคนมัวแต่ยืนเต้นว่าไฟๆๆๆๆ ไม่ทำอะไร ก็ไม่มีทางดับไฟได้ ต้องมีสติ ต้องระลึกศึกษาให้รู้ ให้เข้าใจ ไม่ใช่แค่ท่องจำ

Q : ทำไมบางครั้งคนทำดีมักโดนเอาเปรียบหรือทำร้ายจิตใจเสมอ
A :
ทุก ชีวิตต้องพบทั้งดีและไม่ดีเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เพียงแต่จะเกิดช่วงไหนเวลาใด และใจเป็นอย่างไรเท่านั้น ผู้มีปัญญาย่อมเห็นประโยชน์ของการทำดี ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ผู้ทำดีจะมีความดีเป็นต้นทุน เวลามีสิ่งไม่ดีเกิด นำพาให้ผ่านพ้นสิ่งที่เราคิดว่าไม่ดีไปได้ด้วยความไม่หวั่นไหว

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma13.jpgโหน่ง ศิริลักษณ์ (Window Dresser):

Q :
เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน
A :
คำว่าเกิดมาทำไม กับทำไมต้องเกิด เป็นคำถามที่คนถามมักสับสนในการตั้งคำถามทำไมต้องเกิด ตอบก็คือ เพราะมีเหตุ เช่นขอให้ไปเกิดเป็นเทวดาบ้างก็ให้เกิดชาติหน้า รวย สวย แต่เหตุจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการขอเกิด จากการที่ยังยินดีในการเกิด ก็จะเกิดกันต่อไป อันนี้เป็นเหตุหนึ่งที่ยกให้ฟังง่ายๆ จริงๆ เกิดจากการไม่รู้อีกมากมายนัก แม้การเจริญกุศลหากไม่รู้ก็เป็นเหตุแห่งการเกิดเกิดมาทำไม คงต้องถามผู้ถามว่า ตลอดชีวิตทำอะไรไว้บ้าง และถ้าสิ่งที่ทำบอกต่อไปได้ว่าทำในทางดีหรือไม่ดีด้วยแล้ว คำตอบของคำถามที่ว่า ตายแล้วไปไหน ก็จะเกิดขึ้นด้วย

Q : รู้ว่าความทุกข์เกิดจากความคิดของเราเองทั้งหมด แต่ทำอย่างไรไม่ให้คิด ทำอย่างไรถึงจะไม่ปรุงแต่ง
A :
อย่าไปโทษความคิดทั้งหมด ความคิดที่ไม่ทุกข์ก็มี และเมื่อมีใจ ปกติของใจก็มีหน้าที่ต้องคิดฝึกที่จะคิดแบบรู้ตัวว่าคิด หรือทุกข์ก็รู้ตัวว่าทุกข์ เหตุจริงๆ ที่ทุกข์ใจไม่ใช่เพราะคิด เพราะใจมีเชื้อของกิเลสอยู่จึงทุกข์ หากใจสะอาดดีพอ ไม่ว่าคิดหรือไม่คิดจะก็ไม่ทุกข์

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma12.jpgสมบัษร ถิระสาโรช (บริษัท ตือ จำกัด):
Q : เอาแมวไปทำหมันกับสัตวแพทย์เราจะบาปไหม ถ้าทำหมันไปแล้วเราจะต้องทำอย่างไร
A :
อยู่ที่เจตนา หากมีเจตนาที่เป็นกุศล อกุศลก็เกิดขึ้นไม่ได้

Q : วลาเห็นกระเป๋าแบรนด์เนมออกใหม่แล้วอดใจไม่ได้ ควรทำอย่างไร ถึงจะห้ามใจตัวเองได้
A :
ชื่อหรือคอลเลคชั่นเหล่านั้นอยู่ที่กระเป๋า การติดในชื่อ และความไขว่คว้าในคอลเลคชั่นเหล่านั้นอยู่ที่ใจ ใช้หรือไม่ใช้ ซื้อหรือไม่ซื้อเป็นเรื่องภายนอก สาระอยู่ที่ต้องหมั่นศึกษาให้รู้ใจตนเอง

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma11.jpgอนันดา ฉลาดเจริญ (แฟชั่นสไตลิสต์):
Q :
เวลามีทุกข์ พระพุทธศาสนาสอนว่า ทุกข์เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป และยังกล่าวอีกว่าเราต้องชดใช้กรรม ไม่ว่าชาติที่แล้วก็ดีชาติหน้าก็ดี อยากเรียนถามพระอาจารย์ว่า จะต้องตั้งรับอย่างไรกับกรรมในชาติที่แล้วที่เราไม่สามารถจะรู้ได้ถึงที่มาที่ไป
A :
ไม่ว่าจะตั้งหรือไม่ตั้งก็ต้องรับ ผลกรรมมีทั้งดีและไม่ดี ฝึกรับรู้อย่างมีสติ รู้ตัวไม่ว่าจะดีหรือร้าย

Q : เวลาเจอคนที่อยากได้อะไรก็อยากได้มากๆ อยากเป็นอะไรก็อยากเป็นมากๆ เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา เราควรปล่อยวาง ไม่เข้าไปยุ่ง หรือควรทำอย่างไร
A :
สิ่งแรกคงต้องประคองใจมีสติ ไม่ให้หวั่นไหวไปตามสิ่งนั้น เมื่อมีสติ ท่าทีที่เกิดขึ้นจากการหลงลืมก็จะเกิดขึ้นไม่ได้

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma07.jpgวสรรดิ์ คมขำ (บรรณาธิการแฟชั่น):

Q : หลังจากการตักบาตรแล้วเราต้องอุทิศส่วนกุศลทุกครั้งหรือเปล่า ถ้าไม่มีเวลาควรทำอย่างไร
A :
ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจ อยู่ที่ใจ หากตั้งใจให้ผู้คนเหล่านั้นอนุโมทนาในกุศลที่ทำ เพื่อเป็นบุญเป็นกุศลกับผู้อนุโมทนาต่อไป เพียงแค่นี้ก็ได้ไม่ต้องอาศัยพิธีการใดๆ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma06.jpgสุทธิกัญญ์ หวังเจริญทวีกุล (นางแบบ):

Q :โกหกถือว่าผิดศีล แต่โกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจผิดศีลไหม
A :
อย่าไปห่วงว่าผิดหรือไม่ผิด คงต้องหันกลับมามองว่าเหตุแท้จริงที่โกหก เพื่อให้เค้าหรือตัวเราเองสบายใจแม้การพูดจริงที่ไม่มีประโยชน์ ยังไม่ควรพูด แล้วการพูดไม่จริงจะควรพูดได้อย่างไร

 

Q : การสอนคนอื่นเป็นบุญหรือบาปคะ
A :
สอนให้ทำอะไร สอนแล้วอาจมีผลเดือดร้อนต่อผู้อื่นหรือไม่ จิตเป็นกุศลหรืออกุศล ทุกอย่างเริ่มต้นที่เหตุ เหตุเป็นอย่างไร ผลก็เป็นอย่างนั้น


                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma05.jpgออร์แกน ราศี (นางแบบ):
Q :
พระสงฆ์ใช้โทรศัพท์มือถือได้ไหม
A : ต้องดูว่าใช้เพื่อการใด จำเป็นไม่จำเป็น เป็นประโยชน์หรือให้โทษต่อการครองตนในเพศสมณะเพียงใด

Q : จำเป็นไหมที่จะต้องไหว้พระสงฆ์เมื่อเจอตามสถานที่ต่างๆไม่ไหว้จะผิดไหมคะ
A :
การไหว้ไม่ไหว้คงไม่ใช่ผิดหรือถูก เพียงแต่การไหว้เป็นการแสดงถึงความนอบน้อมที่เกิดขึ้นแล้ว จิตในขณะที่นอบน้อมก็เป็นกุศลแต่ทุกอย่างคงต้องเริ่มต้นที่ใจ ว่าใจเป็นเช่นไร หรือต้องการฝึกให้เป็นไปในทางใด

Q : ถ้าบังเอิญเดินชนพระสงฆ์โดยไม่ได้ตั้งใจ ตัวเราจะผิดไหม พระท่านจะผิดไหม
A :
ทุกอย่างอยู่ที่เจตนา

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma04_b.jpgสิรินยา บิชอพ (นางแบบ):

Q : คิดอย่างไรกับพระที่ผิดอาบัติทางเพศ
A : ผิดข้อนี้คงเรียกว่าพระต่อไปอีกไม่ได้

Q : มีคำแนะนำอย่างไรให้วัยรุ่นสมัยนี้หันมาพึ่งธรรมะในการใช้ชีวิตมากขึ้นบ้างคะ
A :
สภาพธรรมมะ คือความจริงๆ ที่มีกันทุกคน เกิดกับกายกับใจทุกวันแต่เราไม่รู้ การศึกษาจนรู้และเข้าใจในสิ่งที่มีเป็นปกติทำให้เรามีชีวิตที่งดงาม ไม่ว่าอยู่ในเพศใด วัยใด อาชีพ หรือสถานภาพใดอย่าห่วงแต่วัยรุ่นอยู่เลย คนที่ผ่านจากวัยรุ่นมาแล้ว เป็นผู้ใหญ่หรือสูงอายุยังไม่สนใจธรรมเลยก็มี

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma03_b.jpgนัสชนก เทิดทูนกุล (นางแบบ):

Q : มนุษย์เราแม้จะฝึกสติ สมาธิมาดีแค่ไหนก็ยังเผลอ และพระสงฆ์เองเวลาปฏิบัติภาวนา มีเผลอบ้างไหม
A :
เผลอคือไม่รู้ตัว ลืมตัว ผู้ที่ยังไม่บรรลุมรรคผลไม่ว่าใครก็หลงลืมได้เสมอ

Q : ทุกครั้งที่เผลอก็จะรู้ว่าเผลอ จิตจะรู้ความคิดว่าคืออะไรไม่ได้บังคับให้หยุดคิด แต่บางครั้งบางวันจิตมันฟุ้งมาก ต่อให้ฝึกมานานก็คุมไม่อยู่ อาจเป็นเพราะเราต้องฝึกกับสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายใจและจิตเราจะได้มีพลังมากขึ้นใช่ไหมคะ
A :
การฝึกไม่ได้หมายความว่าฝึกเพื่อคุมใจไม่ให้ฟุ้ง แต่ฝึกเพื่อให้รู้ตัว ในขณะฟุ้งที่เกิดขึ้น การฝึกไม่ว่าจะสิ่งแวดล้อมแบบใดก็ควรฝึก ไม่เลือกสถานที่ เหตุการณ์ เวลา ฝึกกับปัจจุบันขณะนี้อะไรเกิดตอนนี้ก็ใช้สิ่งนั้น อย่ารอสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ปฏิบัติทันทีเมื่อมีสภาวะ จะค่อยเรียนรู้สั่งสมไปทันทีขณะนี้ ไม่คิดว่าตรงนั้นดีกว่าตรงนี้ ตรงนี้ดีกว่าตรงนั้น อย่ารอ ไม่รู้ชีวิตจะมีเวลาพอที่จะไปถึงสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นหรือไม่


                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma02_b.jpgณัฐพงศ์ พฤทธิพงศ์กูล (Senior Executive, Club 21):

Q : ในยุคที่คนกำลังเครียดในเรื่องเศรษฐกิจ ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขไม่เครียด

A : ผู้มีกิเลสอยู่ที่ใด สถานการณ์ใดก็ทุกข์หากไม่มีสติ เรื่องอาจแตกต่างกันตามสภาวะโลก แต่ทุกข์ที่ใจ ไม่เคยมีสภาพต่างกันหากใจดี อยู่ที่ใดก็ไม่ทุกข์

Q : หลักธรรมปฏิบัติชนิดที่เหมาะให้คนหนุ่มสาวยุคยึดถือเพื่อให้เป็นคนดี
A :
ธรรมะคือความจริง ทุกอย่างที่สัมผัสที่รู้สึกอยู่ขณะนี้ก็เป็นธรรมะ ดีบ้างไม่ดีบ้าง เช่น ทุกข์ก็เป็นสภาพธรรมะ พอใจก็เป็นสภาพธรรมะ สงสาร เป็นสภาพธรรมะทั้งนั้น ไม่ว่าเราจะคิดว่าเหมาะหรือไม่เหมาะธรรมะก็เกิดกับเราทุกวัน ไม่ว่าเพศไหนวัยไหน หากเข้าใจในสภาพทั้งหลายที่เป็นธรรมะ ไปทำอะไรก็จะเข้าใจ และไม่หวั่นไหวไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

Q :หากจะทำอะไรก็รู้ว่าตัวเราเป็นอย่างไร ใจเราคิดอย่างไร ดีหรือไม่ดี ขณะที่จะพูดหรือจะทำก็เพียงพอแล้ว
A :
อะไรที่มีความสุขวันนี้แล้วอาจสร้างทุกข์ได้ในภายหน้าก็เว้นเสีย หมั่นฝึกให้มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ

                                                                                                                                                                                                                                                                                                   

tumma01_b.jpgบี น้ำทิพย์ (นางแบบ):

Q : ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่ทำไมเราถึงเห็นคนทำชั่วยังได้ดีอยู่
A :
คนที่ทำดีดี ได้ดีก็มีอยู่ ทำชั่วได้ชั่วก็มีอยู่ แต่อาจจะมองไม่เห็นถ้าพิจารณาตามเหตุผลคนที่ทำกุศลผลย่อมเป็นกุศลแน่นอน เป็นอกุศลไม่ได้ คนที่ทำชั่วในปัจจุบัน แต่เราเห็นว่าเขาสุขสบายเพราะความไม่ดีที่เขาทำยังไม่มาส่งผล ผลจากกรรมดีที่เขาทำมาก่อนยังส่งผลอยู่ ไม่ต้องห่วง ผลของกรรมไม่มีคอร์รัปชั่น ส่งผลแน่นอนอย่ามัวระวังกับสิ่งไม่ดีที่คนอื่นทำ หมั่นพิจารณาตนเองให้มีการกระทำที่เป็นกุศลอยู่เสมอ

Q : ความเชื่อที่ว่าตายแล้วเกิดใหม่ จริงหรือ
A :
ตายแล้วเกิดใหม่หรือไม่ ถ้ายังมีเหตุให้เกิดก็ต้องเกิด หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากไม่มีเหตุให้เกิดก็ไม่เกิดอีกต่อไป ทุกอย่างก็มีเหตุมีปัจจัย เป็นไปตามนั้น

Q : ทำไมพระสงฆ์ถึงต้องห่มจีวร ปลงผม คิ้ว
A :
การบวชคือการสละการกระทำอย่างที่ฆราวาสทำ ทั้งการกระทำ การพูด หรือการคิดการห่มและการปลงผม เพื่อให้เป็นผู้อยู่ง่าย ไม่วุ่นวายกับเรื่องต่างๆ และเป็นการละความติดในความสวยงามทั้งหลาย เพื่อเอื้อต่อการเดินทางไปสู่หนทางสิ้นทุกข์

ขอบคุณ นิตยสารธรรมดา
dhammada ฉบับที่ 2  ปี 2552

หากใครมีปัญหาสงสัยเรื่องธรรมมะ ก็สามารถตั้งคำถามไว้ที่คอมเมนท์ได้นะครับ คำถามอันเป็นประโยชน์ men.mthai.com จะรวบรวมเพื่อส่งให้ พระอาจารย์ สุรศักดิ์
จรณธัมโม คำำถามของท่านอาจจะได้รับการตอบใน นิตยสารธรรมดา ฉบับถัดไปครับ

 

เนื้อหา men around ที่เกี่ยวข้อง

สืบเนื่องจากกระทู้ พระอาจารย์ สุรศักดิ...

ทุกวันนี้มีความหลากหลายของสื่อ เว็บไซต์ ...

ทุกวันนี้ โลกของเราก้าวไปเร็วจนแทบตามกัน...

คุณยายชาวญี่ปุ่น วัย 99 ปี เซียนเกมส์ Bo...

งานเทศกาล มวยปล้ำในโคลน สาวๆ ในบิกินี่กว...

คนไทยทำหุ่นยักษ์ Transformers ดังไปทั่วโ...

ติดตาม ! ข่าวแฟชั่น ทรงผม สุขภาพ รถยนต์ บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น : พระอาจารย์ สุรศักดิ์ จรณธัมโม โยมถาม อาตมาตอบ

เนื่องจากชาว Men.Mthai ให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากขึ้นเรื่อย ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาชิกทุก ท่านที่ตอบรับและได้แสดงความคิดเห็นที่ดีเสมอมา แต่เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึ่ง ประสงค์จากเหตุดังนี้

  1. แสดงความคิดเห็นในเชิงก่อกวนนอกประเด็น และหรือสร้างความรำคาญให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  2. แสดงความคิดเห็นที่มีเจตนาประชาสัมพันธ์ขายสินค้า หรือโฆษณาแอบแฝง
  3. แสดงความคิดเห็นพาดพิงหรือสร้างความเสียหายให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  4. แสดงความคิดเห็น โดยใส่ข้อความส่วนตัว, อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ อันผิดต่อกฏหมาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  5. แสดงความคิดเห็นด้วยภาษาหยาบคาย และเชิงลามกอนาจาร เกินกว่าเหตุอย่างมาก
  6. แสดงความคิดเห็นหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

ด้วยเหตุดังกล่าวเราจึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากสมาชิกชาว Men.Mthai เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี โดยทางทีมงานต้องขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อ เป็นการยืนยันตนเบื้องต้นได้จาก IP และ อีเมล์ที่ใช้สมัครสมาชิก เมื่อความคิดเห็นใดๆ นั้นสร้างความเสียหาย หรือ ผลกระทบดังที่กล่าวมาข้างต้น

เนื้อหานี้อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิก

หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หรือสมัครสมาชิกที่นี่ Register ที่นี่