คุณเป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์ ผู้ชายเก่งนักบริหาร ผู้หลงรักการเกษตรกรรม

Home / In focus / คุณเป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์ ผู้ชายเก่งนักบริหาร ผู้หลงรักการเกษตรกรรม

คุณเป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์ นักธุรกิจกับเส้นทางเกษตรกรรมที่วางไว้สำหรับอนาคต

ถ้าคุณมีกิจการเป็นของตัวเองสักอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าเวลาทั้ง 24 ชั่วโมงใน 1 วัน และพลังงานร่างกายของคุณนั้นจะถูกทุ่มมาที่การดำเนินกิจการของคุณอย่างแน่นอน แม้ว่ากิจการของคุณเป็นกิจการขนาดใหญ่มีลูกน้องมีพนักงานคอยทำงานในส่วนต่างๆให้อยู่แล้ว แต่เจ้าของกิจการก็ต้องบริหารงานและรับรู้ทุกรายละเอียดของกิจการอยู่แล้ว ยิ่งถ้าการบริหารงานในกิจการที่มีขนาดใหญ่แค่ไหนความเครียดและความกดดันก็จะเพิ่มขนาดตามกิจการไปด้วยเช่นกัน แล้วยิ่งถ้ามีกิจการขนาดใหญ่ 2-3 แห่งที่ต้องดูแลล่ะ แน่นอนว่าปัญหา, ภาระ, อุปสรรคต่างๆจะเพิ่มแบบ 2-3 เท่าตัว แล้วยิ่งถ้ามีกิจการธุรกิจหลายอย่างมากกว่านั้นอีกล่ะ คงต้องเป็นคนที่เก่งมากๆที่สามารถบริหารกิจการธุรกิจให้ดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

Mthai-21

ครั้งนี้ Men.MThai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ชายเก่งอีกคนหนึ่ง คุณเป้ พงศกร พงษ์ศักดิ์ ผู้บริหารและเจ้าของกิจการธุรกิจหลายต่อหลายอย่าง ซึ่งธุรกิจแต่ละตัวของเขานั้น ก็ดำเนินไปได้อย่างสวยงามซะด้วย แต่สิ่งที่ Men.MThai เกิดความสนใจในตัวผู้ชายเก่งคนนี้คือการที่เขามีความสนใจและหันมาจับงานด้านเกษตรกรรม เพราะเหตุใด คุณเป้ พงศกร ผู้ที่มีภาระหน้าที่ในการบริหารกิจการหลายแห่งจนล้นมืออยู่แล้ว ยังแบ่งเวลามาให้ความสนใจทางด้านเกษตรกรรมอีกล่ะ เป็นเรื่องที่เราขอมาพูดคุยกับคุณเป้ พงศกร ในครั้งนี้

Mthai-2

 


กิจการธุรกิจที่บริหารดูแลงานอยู่ตอนนี้

ก็มี สุวรรณ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ เปิดมาได้ 10 ปีแล้ว ก่อนหน้าที่ผมจะเข้ามาบริหารที่สุวรรณกอล์ฟ ก็ดูแลธุรกิจในเครือด้านอื่น มีธุรกิจ Textile ของ บริษัทสุวรรณอุตสาหกรรมปั่นทอ แล้วก็มีธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์  มีโรงแรมบลิสตัน สุวรรณ พาร์ควิว อยู่ที่ชิดลม  อีกอันหนึ่งคือ “The Circle Ratchapruk” เป็นคอมมูนิตี้มอลล์อยู่ที่ถนนราชพฤกษ์ และธุรกิจตัวใหม่ล่าสุดที่ผมแยกออกมาทำเองส่วนตัวคือ บริษัท เจเนอรัล เบฟเวอเรจ เป็นธุรกิจ Co-Packing ให้กับสินค้าเครื่องดื่มยี่ห้อต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีการผลิตด้วยระบบ Aseptic PET ที่เร็วที่สุดในประเทศตอนนี้ และมีแบรนด์เครื่องดื่มน้ำผลไม้  “if” ที่ผลิตเอง

 

การทำงานในแต่ละบริษัทรู้สึกดีและประทับใจในธุรกิจตัวไหนบ้าง

มีความประทับใจในทุกธุรกิจ แต่ละธุรกิจก็สร้างความประทับใจให้กับเราคนละแบบ แต่ละธุรกิจก็จะไม่เหมือนกันความประทับใจก็จะต่างกัน สุวรรณอุตสาหกรรมปั่นทอ เป็นธุรกิจตั้งแต่รุ่นคุณพ่อทำให้เราได้เรียนรู้ได้ใกล้ใกล้ชิดและทำงานกับท่านก็เป็นความประทับใจ ส่วนสุวรรณกอล์ฟ ความประทับใจก็คือได้ลุยมาตั้งแต่ต้นตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ดูแลงานอย่างใกล้ชิดทั้งงานคลับเฮ้าส์และการตลาด ได้ทำงานด้านบริการลูกค้า ได้ลุยแก้ปัญหา การเทรนด์นิ่งพนักงานให้รู้สึกถึงความสำคัญของงานบริการ และธุรกิจเบฟเวอเรจ เวลาที่เราได้มีโอกาสไปต่างประเทศแล้วเห็นสินค้าของเราวางจำหน่ายอยู่ เราก็จะรู้สึกประทับใจที่ได้เห็น  ดังนั้นแต่ละธุรกิจก็จะสร้างความประทับใจให้กับเราไม่เหมือนกัน

Mthai-25


แต่ละธุรกิจก็ต้องฝ่าฝันและเจอกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น

ทุกธุรกิจต้องมีอุปสรรคอยู่แล้วครับ อย่างสนามกอล์ฟก็จะมีปัญหาที่แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ปัญหาที่ควบคุมได้ และ ปัญหาที่ควบคุมไม่ได้  ในส่วนของปัญหาที่ควบคุมได้เราก็จะเรียนรู้และหาวิธีการในการแก้ไข ส่วนปัญหาที่ควบคุมไม่ได้เราก็จะหาวิธีการในการป้องกัน  อย่างสนามกอล์ฟบางทีหญ้าก็จะมีปัญหาติดเชื้อมีเชื้อโรค สีของหญ้าเปลี่ยน ฝนตกมากไปทำให้มีผลต่อสนามกอล์ฟได้  ด้านธุรกิจการเกษตรก็ประสบปัญหาตามฤดูกาล ฤดูร้อนผักขาดตลาด เพาะปลูกไม่ได้น้ำหนัก ฤดูหนาวผักล้นตลาด ก็เป็นปัญหาที่เราต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การปลูกผักให้ได้คุณภาพตลอดทั้งปี ด้านธุรกิจเบฟเวอเรจก็จะมีอุปสรรคในการที่เราเป็นแบรนด์ใหม่ คู่แข่งที่มีอยู่แล้วในตลาดก็จะเป็คู่แข่งที่มีความแข็งแรงและมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง เราเข้ามาใหม่จะทำยังไงให้ได้ส่วนแบ่งการตลาดและเจาะกลุ่มตลาดยังไง อุปสรรคของแต่ละธุรกิจก็ต่างกัน


มีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายอย่างอยู่แล้ว เพราะอะไรถึงหันมาสนใจด้านเกษตรกรรม

การเกษตรกับตัวผมจริงๆก็อยู่ด้วยกันมานานแล้ว การทำสนามกอล์ฟก็เป็นการเกษตรอย่างหนึ่งเหมือนกันเพราะมีการได้ดูแลหญ้าดูแลต้นไม้อยู่ตลอด กรีนในสนามกอล์ฟก็ต้องดูแลให้ดีประคบประหงมยิ่งกว่าลูกซะอีก ก็จะเข้าใจดีว่าจะดูแลเขายังไง และสนามกอล์ฟของเราก็ใช้วิธีการดูแลรักษาโดยไม่มีการฉีดยาไม่ใช้สารเคมี   นอกจากนี้ที่สนามกอล์ฟก็จะมีต้นมะพร้าวและต้นตาลอยู่เยอะทำให้มีชาวสวนในแถบใกล้เคียงเข้ามาขอรับซื้อมะพร้าวและตาล  ทำให้ผมเริ่มหันมาศึกษาเรื่องของมะพร้าวว่ามีกี่ประเภท ต่างกันอย่างไร นำไปใช้ประโยชน์อย่างไร ผมศึกษาด้านมะพร้าวกว้างขึ้นเรื่อยๆก็เลยเริ่มที่จะรู้สึกว่าด้านเกษตรกรรมเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวเรา


จุดเริ่มต้นของการทำสวนผักไฮโดรโปนิกส์

แรกเริ่มของโปรเจคนี้เป็น Nonprofit เป็นโปรเจค CSR ของสนามกอล์ฟ เราต้องการตอบโจทย์ที่ว่าสนามกอล์ฟของเราเป็นสนามกอล์ฟปลอดสารพิษเพราะเราไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีในการดูแลต้นไม้ต้นหญ้า  ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นส่วนที่เข้ามาเสริมว่านักกอล์ฟที่มาที่นี่จะได้มีโอกาสรับประทานอาหารที่ใช้ผักปลอดสารพิษและยังสามารถนำกลับไปที่บ้านเพื่อให้คนที่บ้านได้บริโภคสิ่งที่ดีและสะอาดด้วยเช่นกัน พอทำมาเรื่อยๆทำให้ปริมาณผลผลิตมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

200

 

 

เหตุผลที่เลือกปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ไม่เลือกปลูกผักปลอดสารพิษบนแปลงดิน

ผักไฮโดรโปนิกส์เป็นสิ่งที่เราสามารถควบคุมได้ แต่ถ้าเราทำเกษตรกรรมที่ต้องใช้ธรรมชาติเราจะควบคุมได้ยาก เช่น เรื่องฝน ความร้อน แสงแดด บางวันไม่มีแสงแดด บางช่วงฝนตกหนัก การปลูกบนดินมันมีข้อดีของมันอยู่แล้ว เพราะแร่ธาตุในดินเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการเพาะปลูก แต่ผมอยากจะให้มีการผลิตที่เราควบคุมได้มากที่สุดเลยตัดสินใจเลือกไฮโดรโปนิกส์ เราสามารถควบคุมปริมาณการผลิตได้ดีกว่า เราสามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำได้ดีกว่า เราอยากให้น้ำมีอุณหภูมิเท่าไหร่ มีความเค็มเท่าไหร่ ทำให้ผักมีน้ำหนักได้อย่างไร เราควบคุมการเติบโตของผักได้  การปลูกบนดินเราจะควบคุมไม่ได้อย่างนี้ อีกอย่างคือการปลูกบนดินอาจจะมีเชื้อโรคหรือการปนเปื้อนจากดินขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์จึงมีความสะอาดมากกว่า


สิ่งที่ได้จากการทำเกษตรกรรม

ได้ความสุขครับ เป็นเหตุผลเดียวเลยคือทำแล้วมีความสุข รู้สึกมีกำลังใจ

 

ตอนนี้เป็นสวนผักที่มีขนาดใหญ่ จัดการกับผลผลิตที่ได้อย่างไร

ตอนแรกที่ปลูกเพื่อนำเข้ามาใช้ในห้องอาหารของสนามกอล์ฟเพื่อทำสลัด ให้นักกอล์ฟได้รับประทานผักปลอดสารพิษและมีไว้ให้นักกอล์ฟได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน แรกเริ่มเราเก็บผลผลิตได้วันละ 50 กิโลกรัม ต่อมาเพิ่มขึ้นเป็น 100 กิโลกรัม ก็มีคนเข้ามาติดต่อขอรับซื้อถึงที่ ขอรับซื้อทั้งแปลงเลย ยิ่งช่วงหน้าร้อนเป็นช่วงผักขาดตลาด ทำให้ผลิตได้ไม่พอกับความต้องการ  ทุกวันนี้เราสามารถผลิตได้ถึงวันละ 300 กิโลกรัม

Mthai-99

 

 

วางแผนไว้ว่าจะมาอยู่กับการเกษตรกรรมหลังวัยเกษียณ

ใช่ครับ อาจจะก่อนวัยรีไทร์ก็ได้ที่จะมาอยู่กับการเกษตรเพราะผมชอบด้านนี้จริงๆ  ผมเองก็ศึกษาด้านการปลูกองุ่นมาค่อนข้างเยอะ การทำไร่องุ่นไร่ไวน์  ปีไหนถึงจะปลูกองุ่นได้ผลดี ปีไหนปลูกแล้วไม่ดี องุ่นพันธุ์ไหนให้ผลผลิตดี เอาองุ่นไปทำอะไรได้บ้าง เหล่านี้ผมอาศัยความต้องการของตัวเองเข้าไปศึกษา พอศึกษาแล้วก็เกิดความรักในการเกษตร อาจจะอีกสัก 10 ปีข้างหน้าผมอาจจะมาอยู่กับการเกษตรมากขึ้น เพราะเวลาที่อยู่กับการเกษตรมันได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ผมคิดว่าประเทศไทยยังไงก็ทิ้งการเกษตรกรรมไปไม่ได้

 

เคล็ดลับการประสบความสำเร็จในการทำงาน

ทุกวันนี้บอกได้เลยว่ายังไม่ประสบความสำเร็จนะ ต้องรอสักอายุ 60 ปีก่อนถึงจะบอกได้ว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยัง  จากจุดนี้ต่อไปก็คงจะมีอุปสรรคที่ผมต้องฝ่าฝันต่อไป แต่สิ่งที่ผมจะบอกลูกน้องทุกบริษัทไว้อย่างเดียวกันลยก็คือ ความรักและความใส่ใจ ทำในสิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณไม่รักไม่ใส่ใจในสิ่งที่คุณทำ มันก็เหมือนคุณดูถูกการทำงานของคุณ คุณก็อย่าทำเลย เพราะถ้าคุณมีความรักในงาน คุณก็จะเอาใจใส่งาน ทุ่มเทให้งาน ดูแลงาน หาไอเดียให้งานเติบโต นอกจาก Put the right man in the right job แล้ว คุณก็ต้องรู้สึกรักในงาน คุณต้อง Fall in love กับสิ่งที่ทำ ถ้าเวลาผ่านไปคุณจะย้อนกลับมาไม่ได้ ฉะนั้นคุณต้องมีความสุขกับมันแล้วจะประสบความสำเร็จครับ

Mthai-74
หลังจบการสัมภาษณ์พูดคุยมีประโยคคำพูดหนึ่งของ คุณเป้ ที่สะดุดใจเราเป็นอย่างมากคือประโยคที่ว่า ประเทศไทยยังไงก็ทิ้งการเกษตรกรรมไปไม่ได้ ซึ่งเราได้คิดตามและก็ต้องยอมรับว่าจริงในเรื่องนี้ จนอยากจะมีที่ดินไว้สักแปลงสำหรับเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรสักอย่างดูบ้าง ที่จริงคนกรุงหลายคนพอช่วงอายุเยอะขึ้นก็ย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ตามต่างจังหวัดกันมากขึ้น เพราะวิถีชีวิตและสังคมที่เรียบง่ายและสงบมากกว่าเมืองหลวงนั่นเอง การวางแผนที่จะใช้ชีวิตในอนาคตเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าใครสามารถวางแผนและเตรียมการเพื่อให้เป็นไปตามที่วางไว้ได้จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ  ถ้าคุณยังไม่มีแผนการสำหรับอนาคต จะลองหันมาเริ่มเพาะปลูกอะไรเล็กๆในบริเวณบ้านเพื่อเป็นการเริ่มต้นดูบ้างก็อาจจะเข้าท่าดีอยู่ไม่น้อย เผื่อจะได้ค้นพบและหลงรักด้านการเกษตรกรรมเหมือนอย่างที่ คุณเป้ พงศกร ได้วางแผนชีวิตในอนาคตไว้แล้วกับการเกษตรกรรม

 

รูปภาพ : CoViNus
คลิปวิดีโอ : VDO Production Team