หนุ่มล่ำหัวใจหล่อ ผู้เป็นพลังและแรงใจของ นางฟ้าเก้าอี้เข็น

Home / In focus / หนุ่มล่ำหัวใจหล่อ ผู้เป็นพลังและแรงใจของ นางฟ้าเก้าอี้เข็น

สต็อป กอบกิจ จันทร์เจิดกาญจน์ กับความรักที่ถูกเติมจนเต็มจากเธอ ‘นางฟ้าเก้าอี้เข็น’


“ความรัก” 
ถ้าหากถามความหมายของคำนี้จากหลายๆคนแล้ว เชื่อแน่ว่านิยามและความหมายที่ได้มาต้องเป็นไปในทางที่ดีและสวยงาม แม้ว่าหลายคนจะรู้สึกดีกับความรัก แต่หลายคนก็เข็ดขยาดกับมัน และหลายคนก็ยังไม่เคยพบกับความรัก  แม้จะแตกต่างหลากหลายความรู้สึกเกี่ยวกับความรัก แต่ถ้ามันได้เกิดขึ้นกับใครแล้วก็จะได้สัมผัสกับความสุขใจอย่างแน่นอน บางคนแค่เพียงได้มองดูคนอื่นที่กำลังมีความรักก็ยังสุขใจไปด้วย

znew

Men.MThai เองก็รู้สึกสุขใจเมื่อได้เห็นภาพของคู่รักคู่หนึ่งในกระแสของโลกโซเชียล ซึ่งภาพของคู่รักคู่นี้ เป็นภาพคู่รักที่มีความพิเศษแตกต่างจากคู่รักอื่นๆที่เราได้พบเห็นได้ทั่วไป เพราะฝ่ายหญิงนั้นเธอนั่งอยู่บนรถวีลแชร์กำลังถูกจูงมืออยู่โดยชายหนุ่มร่างใหญ่ที่ยืนเคียงข้างกัน ด้วยความใหญ่โตของร่างกายชายหนุ่มทำให้ หญิงสาวบนรถวีลแชร์นั้นดูตัวเล็กไปถนัดตา และความรักความห่วงใยซึ่งกันและกันของทั้งคู่ที่สื่อออกมาจากภาพดังกล่าวนั้นได้สะกิดใจ Men.MThai ในทันทีจนอยากทราบเรื่องราวของคนทั้งคู่และนำมาถ่ายทอดให้ได้ผู้อ่านได้รับรู้ไปด้วยกัน

Mthai (59)

page
หญิงสาวบนรถวีลแชร์นั้นเธอชื่อ ฟ้า – วิญธัชชา ถุนนอก หรือในกระแสโซเชียลได้เรียกเธอว่า นางฟ้าเก้าอี้เข็น เรื่องราวของเธอได้ถูกถ่ายทอดโดย Women MThai ในสกู๊ป “ฟ้า วิญธัชชา ถุนนอก นางฟ้าเก้าอี้เข็น หญิงร่างเล็ก แต่ใจเธอ มหาศาล” ส่วนฝ่ายชายนั้น Men.MThai เราจะเป็นผู้นำเรื่องราวของเขาคนนี้มาถ่ายทอด

สต็อป – กอบกิจ จันทร์เจิดกาญจน์ ชายหนุ่มวัยย่าง 25 ปีคนนี้ เขาทำงานเป็น Personal Trainer รับงานฟรีแลนซ์เทรนการออกกำลังกายให้ลูกค้านอกสถานที่  จุดเริ่มต้นของการมาทำงานนี้เพราะเขาเคยเป็นคนอ้วนมาก่อน เคยหนักถึง 97 กก. แล้วไปกินยาลดความอ้วนจนเหลือ 60 กก. แล้วทำให้สุขภาพเสียจนถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว เขาก็เลยหันมาศึกษาการออกกำลังกายและเล่นฟิตเนส ส่วนเรื่องความรักอย่างที่รู้กันตอนนี้หัวใจหนุ่มคนนี้ไม่ว่างเพราะถูกจับจองพื้นที่โดย นางฟ้าเก้าอี้เข็น ซึ่งหลายคนคงสงสัยว่าที่มาของความรักของทั้งคู่นั้นเป็นมาอย่างไร และเหตุผลใดที่หนุ่มเทรนเนอร์ฟิตเนสคนนี้จึงได้ตัดสินใจปลูกต้นรักกับนางฟ้าเก้าอี้เข็น

Mthai (63)


ทั้งคู่มารู้จักกันได้อย่างไร

ตอนนั้นผมเลิกกับแฟนเก่าแล้วรู้สึกว่าชีวิตมันเคว้ง ไม่มีกำลังใจ  แล้วรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อ พี่เต้ย ธีรยุ เขาเป็นเทรนเนอร์ฟิตเนสและเป็นนักกีฬาเพาะกายคนพิการ ผมก็เป็นแฟนคลับติดตามพี่เขาอยู่ ซึ่งพี่เต้ยเขาก็เป็นเทรนเนอร์ให้ฟ้าอยู่แล้ว พี่เขาก็ชอบแชร์เรื่องของฟ้าในเฟสบุ๊คเป็นพวกแคปชั่นข้อความสั้นๆแต่มีความหมายในการให้กำลังใจ ตอนนั้นผมก็อยู่ในช่วงไม่มีกำลังใจก็เลยตามไปอ่านก็เลยรู้สึกได้กำลังใจจากข้อความของฟ้า ก็เลยได้ตามไปดูในเฟสบุ๊คของฟ้าก็เห็นรูปเขาก็รู้ว่าเขาไม่มีขา แต่ว่าเขาก็ยังสามารถออกกำลังกายได้เล่นฟิตเนสลดน้ำหนักได้ ผมก็เลยเกิดความรู้สึกประทับใจในความใจสู้และพยายามของเขา ก็เลยกลับมาย้อนดูตัวเองว่าเขาเป็นอย่างนี้เขายังสู้เลย เราแค่อกหักทำไมจะไม่สู้ล่ะ ก็เลยได้กำลังใจจากการตามดูตามอ่านเฟสบุ๊คของเขาก็เลยย้อนไปอ่านของเก่าของเขาเรื่อยๆ แล้วก็คิดว่าสักวันจะส่งข้อความไปเพื่อไปขอบคุณเขา

 

พอส่งข้อความไปทางเฟสบุ๊คแล้วเหตุการณ์เป็นยังไง

ก็เท้าความไปว่าผมรู้จักกับพี่เต้ยนะ แล้วก็ขอบคุณเขาที่เป็นกำลังใจให้ใครหลายๆคน ผมก็พิมพ์อะไรไปเยอะมาก ตอนนั้นมีปัญหาอะไรก็ส่งข้อความไปเล่าให้เขาได้รู้ แต่ปรากฎว่าเขาไม่ตอบอะไรกลับมาเลย ผมก็ยังส่งข้อความไปเรื่อยๆ มีอะไรอยากเล่าอยากระบายอะไรก็พิมพ์ส่งไปให้เขาอยู่เรื่อยๆ จนผ่านมาประมาณ 2 เดือนเขาถึงได้ตอบกลับมาเป็นข้อความสั้นๆพร้อมสติ๊กเกอร์ ตอนนั้นก็รู้สึกดีว่าอย่างน้อยเขาก็ได้ตอบกลับมา หลังจากนั้นผมก็ยังส่งข้อความไปหาเขาอยู่เรื่อยๆวันหนึ่งก็หลายรอบ แล้วเขามาบอกตอนหลังว่าที่ไม่ได้ตอบเพราะว่าเข้ามาส่องดูเฟสบุ๊คเราแล้วเขากลัว เพราะเราเป็นใครก็ไม่รู้แถมตัวใหญ่แถมหน้าตาเจ้าชู้อีกด้วย เขาก็ระแวงด้วยว่าเราจะเข้ามาหาเขาด้วยจุดประสงค์ไม่ดีหรือเปล่า

 

ตอนนั้นเราก็ถือว่าได้รู้จักชีวิตและตัวตนของฟ้าผ่านทางเฟสบุ๊คแล้วประมาณหนึ่ง

ใช่ครับ ผมก็เข้าไปเข้าไปดูรูปเขาบ่อยๆ เข้าไปดูคลิปของเขาบ่อยๆ เข้าไปอ่านแคปชั่นของเขาบ่อยๆ ก็ได้เห็นความตลกความน่ารักของเขา ก็อยากเป็นเพื่อนกับเขาอยากคุยกับเขา

Mthai (87)


แล้วเริ่มเข้าไปคุยกับฟ้ายังไง

ก็ชวนเขาคุยเรื่องสุขภาพ เรื่องออกกำลังกาย ก็บอกเขาว่าเราเองก็เล่นฟิตเนสนะ ก็ส่งข้อความไปคุยเรื่อยๆ หลังจากนั้นเขาก็ตอบกลับมาบ้าง จนตอนหลังเขาเริ่มตอบกลับมามากขึ้น แล้วเราก็คุยกันมากขึ้น ตอนนั้นผมก็ไม่มีใคร ไม่ได้คุยกับใครเลย เพราะยังเสียเซลฟ์จากความรักครั้งที่ผ่านมาอยู่ ก็คุยกับเขามาได้ 5 – 6 เดือน เขาก็บอกว่าปิดเทอมจะกลับมาไทยนะ ผมก็ดีใจที่จะได้เจอกัน ก็เลยบอกเขาไปว่าถ้ากลับมาจะขอเข็นรถพาเขาไปไหนมาไหนสักวันได้ไหม เขาก็บอกว่า ได้ ก็ลองดู ถ้าไม่อายนะ

 

แสดงว่าตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกชอบเขาแล้ว

ก็น่าจะใช่นะครับ แต่ผมก็ยังไม่มั่นใจ ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากจะคุยกับเขา หน้าตาเขาก็น่ารักไม่ใช่คนขี้เหร่ เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีด้วย ก็เลยรู้สึกดีที่ได้คุยด้วย

 

ตอนไหนที่ตัดสินใจที่เริ่มจีบเขา

วันหนึ่งเขาก็ถามผมว่าที่ผมมาคุยกับเขาทุกวันอย่างนี้ แปลว่าเรากำลังจีบเขาอยู่หรือเปล่า พอเจอคำถามนี้ในตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนยังสับสนก็เลยมานั่งทบทวนตัวเองดีๆว่าเรารู้สึกกับเขายังไง แล้วเราจะรู้สึกยังไงถ้าจะมีแฟนแล้วแฟนของเราไม่มีขา แฟนเราเป็นคนพิการ เราจะแคร์กับคนอื่นไหม พอตัดสินใจได้แล้วก็เลยพิมพ์ตอบเขาไปว่า สบายมากครับ ผมนี่แหละจีบคุณ หลังจากนั้นก็แลกเบอร์กัน คุย Line คุย Face Time กัน เพราะเราก็อยากจะเห็นหน้ากันจริงๆด้วย พอได้เห็นเขาก็ เออ..น่ารักนะ

Mthai (119)


ตัดสินใจคบกันเป็นแฟนเมื่อไหร่

ต้นเดือนมิถุนายนครับตอนที่เขากลับมาไทย เพราะผมคิดว่าไม่อยากจะขอเขาเป็นแฟนทางโทรศัพท์ ครั้งแรกที่เจอกันผมก็ตกใจนะเพราะเขาตัวเล็กกว่าที่คิดมาก แล้วผมก็ตัวใหญ่มากด้วยตอนนั้นเพราะกำลังทำน้ำหนักเพื่อประกวดเพาะกาย เขาตัวนิดเดียวจนผมรู้สึกกลัวว่าถ้าไปจับเขาแรงๆจะแขนหักเอาหรือเปล่า

 

พอตัดสินใจคบฟ้าเป็นแฟนแล้ว เจอกระแสความคิดเห็นอะไรบ้างจากคนรอบข้าง

ถ้าคนใกล้ตัวของผมไม่มีปัญหากับเรื่องนี้สักคนเลย ญาติพี่น้องตอนนี้ก็รับรู้หมดทุกคน ยกเว้นพ่อของผมที่ยังไม่ได้คุยกันเพราะผมไม่ได้อยู่กับพ่อ ตอนนี้พ่อก็รู้แล้วว่ามีแฟนแต่ยังไม่รู้ว่าแฟนผมเป็นคนพิการ คิดว่าอีกสักพักจะคุยกับพ่อแต่อยากจะรอให้ฟ้ากลับมาอีกทีตอนปีหน้า เราจะได้มีอะไรที่พร้อมกว่าตอนนี้ ทางบ้านของฟ้าเองก็รับรู้แล้วว่าคบกัน คนรอบข้างเพื่อนฝูงก็จะมาชมว่า เฮ้ย เรามันใจหล่อว่ะ ผมก็จะบอกว่าผมไม่ได้ใจหล่ออะไร ผมแค่ไม่ได้มองว่าเขาต่างจากคนปกติ เพราะจริงๆแล้วเขาก็ทำอะไรต่างๆได้ไม่ต่างจากคนปกติเลย ไม่ว่าจะเป็น ซักผ้า ล้างจาน กวาดห้อง ถูห้อง ทำอาหารให้ผมทานด้วย เขาใส่ใจดูแลเราได้ดีกว่าแฟนที่เราคบมาด้วยซ้ำ คนรอบข้างผมเขาก็รู้สึกปลื้มใจไปกับเรา

Mthai (80)


กระแสความคิดจากคนอื่นก็จะเป็นไปในทางบวก

ใช่ครับส่วนมากจะไปในทางบวก แต่ในทางลบก็มีนะครับ ก็จะเป็นพวกที่ไม่แสดงตัวแล้วเข้ามาแสดงความคิดเห็นประมาณว่า รักแท้มันไม่ได้มีอยู่จริงหรอก ทุกอย่างเป็นเพราะผลประโยชน์ ซึ่งผมอ่านแล้วก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรก็เฉยๆไปครับ เพราะคนที่รู้ดีที่สุดก็คือเราสองคนและครอบครัวเรา

 

การดูแลฟ้าต้องมีการช่วยเหลืออะไรเป็นพิเศษบ้าง

ก็มีในบางเรื่องที่ต้องช่วยเหลือเขาเพราะเขาทำเองไม่ได้ เช่น หยิบของในที่สูง หรือ เอารถเข็นขึ้นฟุตบาท ในเรื่องของการดูแลเขาผมก็ไปศึกษาจากในอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับการดูแลคนพิการที่ถูกต้อง เช่น การเข็นรถพาคนพิการขึ้นที่สูงและลงจากที่สูงควรทำอย่างไร คนพิการจะมีปัญหาสุขภาพด้านไหนบ้าง ส่วนเรื่องที่เขาทำเองได้อย่างเรื่องทั่วไปในกิจวัตรประจำวัน เขาก็จะทำด้วยตัวเขาเอง

Mthai (108)


ประทับใจอะไรในตัวฟ้า

หลายอย่างครับ เขาน่ารัก เห็นเขานิ่งๆอย่างนี้แต่เขาก็มีความติ๊งต๊องนะ การที่เขาไม่มีขาไม่ใช่เรื่องน่าเกลียดสำหรับผม ผมมองเป็นความน่ารัก เขาตัวเล็กๆน่ารักเหมือนตัวมินเนี่ยนครับซึ่งผมชอบมินเนี่ยนมาก บางทีได้ยินเสียงเพลงแล้วเขาเต้นกระดิกขาดุ๊กดิ๊กให้ดูผมจะฮามาก มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนนั้นอยู่ในห้างจู่ๆได้ยินเสียงเพลงแล้วเขาก็เต้นส่ายตูดให้เราดู ผมนี่ฮาบ้านแตกเลย แล้วเวลาที่ผมกลับมาจากฟิตเนสเหนื่อยๆพอกลับมาถึงห้องก็จะเห็นว่าเขาทำอาหารไว้รอเราอยู่แล้ว เขาก็จะเป็นคนที่ห่วงใจเราห่วงความรู้สึกของเราตลอด เวลาที่ออกไปข้างนอกด้วยกัน เขาก็จะถามตลอดว่า อายไหม กลัวไหม รับสายตาคนรอบข้างได้ไหม ผมก็จะตอบเขาอยู่เสมอว่า จริงๆเราก็เดินกันแค่สองคนหรือเปล่า คนอื่นก็ไม่ได้มาเดินจูงมือกับเราไม่เห็นจะต้องไปแคร์เลย  อีกอย่างที่ประทับใจในตัวเขาก็คือเขาเป็นคนรักจริง ผมรู้สึกได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีขาแล้วเขาเลือกไม่ได้ จริงๆเขามีคนมาจีบนะ ผมเองก็มีคนมาจีบ แต่ผมเลือกแล้วว่าจะอยู่กับคนนี้ แล้วเขาก็ดูแลผมได้ดีกว่าคนปกติเยอะ อย่างที่เราไม่เคยได้รับมาก่อน

 

มุมมองความรักครั้งนี้เป็นอย่างไร

ผมว่ามันไม่ได้เหมือนอย่างที่คนเขาพิมพ์ข้อความมาว่านี่คือความรักที่แท้จริง มันก็เป็นความรักที่เราได้เลือกแล้วแค่นั้น ตัวผมมองว่าคนเราจริงๆก็ไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ เราเพียงต้องการอะไรที่สามารถมาเติมเต็มชีวิตเรา เพราะชีวิตเรามีช่องโหว่อีกเยอะ การเลือกคู่ชีวิตควรจะเลือกคนที่มาเติมเต็มให้เราได้ ไม่ใช่เลือกคนที่เพอร์เฟค ผมเคยทำงาน MC มาก่อนเมื่อก่อนก็มีแฟนเป็นพริตตี้ เขาสวย หุ่นดี เพอร์เฟค แต่เขาไม่เคยเติมใจให้ผมเต็มได้เลย แต่สำหรับฟ้าแม้ว่าเขาจะไม่เพอร์เฟค แต่เขาทำให้ใจผมโคตรเต็มเลยล่ะ ผมเคยเขียนแคปชั่นหนึ่งว่า ถึงแฟนผมจะเป็นคนพิการ แต่ไม่ได้แปลว่าแฟนผมไม่สวย ถึงแฟนผมจะไม่มีขา แต่ไม่ได้แปลว่าผมจะพาเขาไปเดินเล่นดูหนังไม่ได้ ถึงแฟนผมจะทำอะไรบางอย่างเหมือนคนปกติไม่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าแฟนผมจะดูแลผมไม่ดี เป็นสิ่งที่ผมท่องมาตลอดเพราะรู้สึกว่ามันตรง และทำให้เขายิ้มได้

 

ในฐานะที่มีแฟนเป็นคนพิการ อยากจะบอกอะไรกับคนทั้งโลกบ้าง

ผมไม่อยากบอกในเรื่องความรัก ผมอยากบอกในเรื่องสิทธิความเท่าเทียม  คนทั่วไปอาจจะคิดว่าคนพิการต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ ต้องการการอำนวยความสะดวก ต้องการคนดูแลตลอดเวลา แต่จริงๆแล้วผมว่าไม่ใช่ สิ่งที่คนพิการหรือคนที่ด้อยกว่าปกติต้องการจริงๆคือ ‘สายตา’ ครับ สายตาที่มองอย่างเป็นมิตร สายตาที่มองอย่างเท่าเทียม สายตาที่มองอย่างปกติ คนพิการบางคนไม่กล้าออกจากบ้านเพราะว่าสังคมเราคอยมองว่าพวกเขาด้อยกว่า มองว่าพวกเขาทำอะไรเองไม่ได้ แต่ถ้าเรามองเขาเหมือนญาติพี่น้องเหมือนเพื่อนของเรา คนพิการก็จะกล้าออกมาใช้ชีวิตในสังคมภายนอก คนพิการจะได้มีโอกาสแสดงศักยภาพที่เขามี ถ้าเรามอบความโอบอ้อมอารีให้กับพวกเขา เราก็จะได้ความโอบอ้อมอารีกลับคืนมา สังคมก็จะน่าอยู่ขึ้นไปอีก ผมอยากฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยครับ

Mthai (128)
เส้นทางความรักของคนเรามักจะต้องพบเจออุปสรรคหลายอย่างเป็นเรื่องธรรมดา  และความรักของ สต็อป และ ฟ้า ก็ต้องมีการพบเจออุปสรรคและปัญหาของความรักเช่นกับคู่รักอื่นๆ  อุปสรรคที่แน่นอนที่ทั้งคู่ต้องเจอตอนนี้ก็คือ ระยะทาง เพราะตอนนี้ ฟ้า ได้กลับไปศึกษาปริญญาโทต่อที่ประเทศอังกฤษแล้ว แต่อย่างไร Men.MThai ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ความรักของผู้ชายใจหล่อ “สต็อป กอบกิจ จันทร์เจิดกาญจน์” ที่เขาได้ร่วมสร้างกับ “นางฟ้าเก้าอี้เข็น”  เราเชื่อว่าทั้งคู่จะฝ่าฟันอุปสรรคและปัญหาต่างๆที่ต้องเจอและพ่านพ้นไปได้และก้าวไปสู่วันที่ดีๆในอนาคตได้อย่างราบรื่น เพราะพลังความรักของทั้งคู่จะเป็นกำลังใจที่ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกันได้เป็นอย่างดี  เราเชื่อว่ามีคนอีกหลายๆคนที่คอยเป็นกำลังใจและติดตามดูพัฒนาการเส้นทางความรักของเขาและเธอให้เจริญเติบโตและดำเนินไปอย่างสวยงาม

ภาพโดย Covinus
ภาพประกอบจาก www.facebook.com/wintadcha.tn
ขอขอบคุณ โรงเรียน คลองหนองใหญ่ (ทองคํา ปานขําอนุสรณ์) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการบันทึกภาพ