ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล

2010-06-11 : 21:47:30 X_Samurai_X

ห่างหายจากงานเบื้องหน้าไปนานหลายปี เพราะคร่ำเคร่งกับการทำงานเบื้องหลังงานเพลงที่ชื่นชอบ สำหรับนักแสดงหนุ่ม “เจ” มณฑล จิรา ล่าสุดหนุ่มหน้าใสคนนี้ ได้กลับมาอยู่เบื้องหน้าอีกครั้งกับผลงานภาพยนตร์เรื่อง “เราสองสามคน” ของค่าย M๓๙ (เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์)

วันนี้ “คม ชัด ลึก” เลยขอล้วงลึกชีวิตของพระเอกหนุ่มแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตั๊ว…ส่วนตัว พร้อมกับข่าวคราวเรื่องหัวใจกับ โอซา แวง ว่าแล้วมาเปิดหัวใจกับหนุ่มเจกันเลย…

 ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล  รูปที่ 1

งานในวงการบันเทิง
ห่างหายจากผลงานหนังมานาน ทำไมถึงมาลงตัวกับเล่นหนัง “เราสองสามคน” เรื่องนี้
พี่เรียว (กิติกร เลียวศิริกุล) เรียกผมเข้าไปคุย อธิบายการถ่ายทำให้ฟัง ผมว่าหนังมันน่าสนใจ ไปถ่ายทำที่เวียดนาม แล้วก็มีประเทศอื่นด้วย อย่าง ไทย จีน ลาว  ซึ่งเราก็ได้ขับรถด้วย แล้วเราได้ไปเที่ยวด้วย เหตุผลนี้แหละ ที่ดึงผมไปเล่นหนังเรื่องนี้ได้

คาแรกเตอร์ในเรื่องใกล้ตัวไหม
ส้มฉุน เป็นหนุ่มออฟโรด ชอบขับรถ ชอบแต่งรถ  ชอบไปเที่ยวโดยขับรถไป ถามว่าบทใกล้ตัวไหม มันก็ไม่ห่างจากตัวผม เหมือนเล่นเป็นตัวเอง (หัวเราะ) คือก็มีส่วนคล้ายกับตัวเรามาก

ร่วมงานกับ “ยิปโซ” รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ กับ “พลอย” รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล เป็นอย่างไรบ้าง

สนุกดี…การทำงานก็รื่นไหล ทั้งสองคนเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานใหม่ๆ เขาก็เล่นเป็นธรรมชาติมากๆ เลย ในเรื่องก็มีกุ๊กกิ๊ก  ส้มฉุนพยายามจีบสุนทรีย์ ซึ่งเล่นโดยพลอย แต่เขาเพิ่งมารู้ว่าสุนทรีย์หูตึง ฉะนั้นต้องหาวิธีจีบ เต๋อ ซึ่งเล่นโดยยิปโซ ก็พยายามช่วย ไปๆ มาๆ ก็มารู้ว่าเต๋อมองไม่ชัด ก็มีความเข้าใจผิดระหว่าง 3 คน คนหนึ่งอาจจะฟังอะไรไม่ชัดก็คิดไปอีกอย่าง คนหนึ่งก็มองไม่ชัด คิดไปอีกอย่าง คนหนึ่งตัดสินใจไม่ออก ก็งงไปด้วย มีหลายอย่างที่เกิดขึ้น ก็เลยกลายเป็นเรื่อง “เราสองสามคน”

ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล  รูปที่ 2

แสดงว่าหนังเรื่องนี้มีทีเด็ด
หลายคนบอก ว่าหายหน้าหายตาไปนาน ก็มีผลงานหนังเรื่องนี้ บางคนถามว่าทำไมถึงตัดสินใจ อยู่ๆ มารับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องอื่นติดต่อมา  มันต้องมีอะไรพิเศษแน่เลย ผมกลับมาเมืองไทย 2 ปี เราก็อยากทำงานดนตรี ทำสตูดิโอของเรา เมื่อต้นปี 2009 คิดว่าทุกอย่างอยู่ตัวแล้ว เรามาเริ่มทำอะไรดีกว่า แล้วประจวบเหมาะมีช่วงเวลา ก่อนที่จะทำเพลง ก็เลยรับเรื่องนี้ด้วย

แสดงว่าที่ผ่านมามีคนติดต่อให้เล่นหนังเยอะ
จริงๆ ที่ผ่านมาก็มีหนังติดต่อมา แต่เราเรื่องมาก ไม่รู้จักด้วย พอหลังๆ เราก็มาคิด ว่าเราจะไปเลือกทำไม (หัวเราะ)

แล้วมีเกณฑ์ในการเลือกงานอย่างไร

อยู่ที่ความพอ ใจของเราด้วย เพราะการทำงานเราก็เสี่ยงตลอด เพราะเราไม่รู้ว่างานจะออกมาเป็นยังไง การทำหนัง ไม่ใช่ผลงานของคนคนเดียว ทีมงานแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน คนลงทุนก็ไม่เหมือน เราก็ต้องเลือกบ้าง กับหนังเรื่อง “ป๊อปสตาร์” ที่เล่นกับ “ตั๊ก” บงกช คงมาลัย ล่ะ เห็นว่ามีปัญหาในการถ่ายทำต่อ
 เรื่องนี้ยังถ่ายไม่เสร็จ (มีข่าวว่าเจไม่ถ่ายต่อ) เราก็คุยกับพี่ปุ๊กกี้ (สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์) กับพี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว)  ว่ามันมีสองอย่าง ถ้าเขาจะเปลี่ยนผู้กำกับ ซึ่งเป็นเพื่อนผม ยังไงก็ต้องเคลียร์กับผู้กำกับคนเก่าไว้ก่อน ตอนนี้ผมมีงานโปรโมทเรื่อง “เราสองสามคน” แล้วก็มีงานโปรดักชั่นของศิลปิน 2 คน ในสตูดิโอของเรา หนังเขาก็ขอคิวให้เร็วที่สุด แต่คิวเราไม่ว่าง ต้องรอหลังเดือนหน้า เขาก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะไปถ่ายเอง โดยไม่มีเจ

กลัวคนจะมองว่าเราเรื่องเยอะหรือเปล่า
เพราะไม่ ว่าง เราทำงานเยอะกว่าคนอื่น

เลือกแบบนี้ คนเลยมองว่าเป็นเพราะโลกส่วนตัวสูง ติสท์หรือเปล่า
 มันก็มีส่วน แต่ที่เลือก เพราะคิวไม่ว่าง ไม่ใช่ว่าวันนี้ผมตื่นมา ขี้เกียจไปถ่ายหนัง ไม่ว่างครับ ไม่ใช่แบบนั้น ถ้าผมรับงานต้องดูเรื่องคิว เรื่องงาน เราก็เลือกอยู่แล้ว เราพยายามคอนโทรลงาน ถ้าเรางานเยอะ รับไปแล้ว จะทำได้ดีหรือเปล่า ไม่ใช่ว่ามาดูว่าภาพลักษณ์จะเป็นยังไงไม่สำคัญ เพราะว่าผมมองวงการนี้เป็นอะไรที่เล็กอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์ เพราะเรามีงานที่ต่างประเทศ  งานดนตรีของเรา ที่พรีเซ็นต์ตัวเรา จริงๆ งานทุกอย่างก็เป็นงานบันเทิง คนก็คงจะเลือกที่จะชอบเราในแบบไหน บางคนชอบเราเล่นหนัง บางคนชอบเราทำงานเพลง

หายไปค่อนข้างนานเหมือนกัน
ปี 2008  ผมย้ายมาอยู่เมืองไทย ทำสตูดิโอ “สมุทรปราการ ซาวด์” ก็ทำเพลงสกอร์ให้แก่หนัง 9 วัด ทำเพลงโฆษณา มีงานรีมิกซ์ให้แก่ศิลปินต่างประเทศนี่เพิ่งโปรดิวซ์ให้แก่นักร้องจากซาน ฟรานซิสโก แล้วก็เพิ่งเริ่มทำอัลบั้ม สล็อต แมชชีน ชุดใหม่ ที่มาอัดกับเรา แล้วผมก็เป็นโปรดิวเซอร์ให้

 ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล  รูปที่ 3

แล้วจะมีอัลปั้มของตัวเองไหม หลังจากห่างหายจากงานเพลงนาน
หลัง ครึ่งปีนี้ ผมก็พยายามจะมีให้ได้ฟังกัน ผมมีโปรเจกท์ลอยๆ เต็มไปหมดเลย แต่ผมคงพยายามทำอะไรที่ง่ายๆ อาจจะเป็นป๊อปร็อก อินดี้ร็อก คือที่ผ่านมา ผมไปอยู่เบื้องหลัง ถ้าเปิดทีวีเห็นงานเบื้องหลังเราแน่นอน แต่ถ้ากับงานเพลง ผมว่าก็ยังมีกลุ่มคนฟัง ที่เขายังชอบเพลงของเราอยู่

อนาคตในวงการบันเทิงวางแผนอนาคตงานใน วงการบันเทิงอย่างไรบ้าง
น่าจะ 2 ปี คงกลับไปอเมริกา อยากใช้ชีวิตอยู่ครึ่งๆ เพราะถ้าเราออกจากที่โน่นนาน คอนเนคชั่นที่โน่นก็หายเหมือนกัน แต่ถ้าเราไม่อยู่ที่เมืองไทยนาน แฟนเพลงเราก็หายไปเหมือนกัน เราพยายามแบ่งอยู่ 2 ที่ให้พอๆ กัน

การไปๆ มาๆ ต่างประเทศ อีกทั้งมีคนใหม่ๆ แจ้งเกิดเยอะ กลัวชื่อเสียงจะถูกกลืนไหม
เราไม่มองว่าที่นี่เราจะต้องมี ชื่อเสียงโด่งดังมาก เราถึงพยายามไปทำงานที่ต่างประเทศ เพราะแฟนที่โน่นก็จะเป็นอีกแบบ

แต่ยังไม่ทิ้งงานในเมืองไทย
ไม่ทิ้ง ถ้าพูดถึงจำนวนแฟนที่นี่มีเยอะกว่า เราอาจจะยังมีวิธีทำอะไรที่เขาชอบ เราคิดว่าสักวันวงการอาจจะเปลี่ยนไป  ตอนนี้วงการยังไม่เปลี่ยน  แต่ถ้ามันเปลี่ยน เราก็ต้องปรับไปตามสิ่งที่มันเปลี่ยน

ค่อนข้างอยู่วงการมานานเหมือนกัน
22 ปี สนุกมาก มันกลายเป็นงานของเรา ถ้าเราไม่เข้ามาตั้งแต่เด็ก เราคงไปเรียนทางด้านอื่น คงไปทำงานด้านอื่น แต่ในเมื่อเราทำมาตั้งแต่เด็ก เราเลยเลือกทำอาชีพนี้ อย่างที่บอก ว่าทำไมเราไม่ไปต่างประเทศเลย แต่เราเลือกที่จะทำอยู่ที่นี่ เราทิ้งไม่ได้ ยังรักงานตรงนี้

เรื่องหัวใจมีคนดูแลหัวใจหรือยัง
ยังเลย…มี แต่เพื่อนๆ อย่างช่วงที่ผ่านมามีข่าวกับโอซา แวง ซึ่งเราเป็นเพื่อนกัน เราก็พยายามดูแลกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นแฟนกัน ถามว่ามีโอกาสพัฒนาไหม อันนี้ก็ไม่รู้ ต้องรอดู ก็เจอกันอยู่ตลอด ยิ่งช่วงที่เขาเลิกกับปีเตอร์ (ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล) เรายิ่งสนิทกับเขา ช่วงนั้นเขากินไม่ได้ เราก็ต้องพาเขาไปหาหมอ ดูแลเขา เป็นเพื่อนสนิทกันมานาน มันก็ดูแปลกถ้าเราจะไปสนิทมากกว่านั้น

แล้วกับปีเตอร์สนิทไหม
ใช่…เราสนิทกัน

ทำให้เจกลัวคนจะมองเราว่าเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดหรือ เปล่า
เราต้องแยกกัน วงการมันเล็กมาก คนก็วนๆ อยู่แค่นี้

โอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กับ โอซา แวง จากเพื่อนมาเป็นแฟนล่ะ
ถาม ว่าโอกาสเป็นไปได้ไหม ก็มีโอกาสเป็นไปได้นะ (หัวเราะ) ต้องไปถามโอซา แวง ตัวเขาพอรู้ว่ามีข่าว เขาก็มีแกล้งแซวผมบ้าง

โอซา แวง น่ารักไหม
เขาเหมือนเข้าใจตัวผมมากมั้ง ตอนที่ผมเลิกกับแฟนปีที่แล้ว ผมอกหัก เขาก็มาช่วยเราเหมือนกัน ก็ช่วยกันไปช่วยกันมา (หัวเราะ) ตอนนี้โสด เพราะช่วงนี้ก็ทำงานทุ่มเทให้แก่งาน ปีที่แล้ว เราย้ายประเทศอยู่เรื่อย หลังจากนี้ เราอาจจะมีเวลามากขึ้น ที่จะคิดเรื่องอื่น

ทำงานหนักแบบนี้ ต้องการมีคนมาให้กำลังใจบ้างไหม
กำลัง ใจอยู่ที่ตัวเรา (หัวเราะ) ปีนี้เราต้องลุย ปี 2010 เป็นปีแห่งการทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมอายุ 30 กว่าแล้ว ยิ่งในการเขียนเพลง มีคนรอเราอยู่ เราเก็บประสบการณ์ค่อนข้างเยอะ มันถึงเวลาที่เราจะทำให้เป็นผลงานจริงจังสักที

ที่ผ่านมาไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องความรัก
 แล้วแต่ ช่วง อย่างก่อนหน้านี้ผมเคยมีแฟนอยู่ที่นิวยอร์ก คนก็จะไม่รู้จัก ผมไม่ค่อยมีแฟนในวงการมั้ง แต่ถ้าเขาถามถึง เราก็พูดถึง แต่สุดท้ายคนก็ไม่พูดถึง คนล่าสุดชื่อ สุพัตรา  เป็นคนนอกวงการ เป็นเพื่อนอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก  แต่สาเหตุที่เลิกกัน ส่วนหนึ่งเขายังเด็ก ยังไม่พร้อมที่จะมีแฟนมั้ง

กรณีข่าวคราวกับ “ตั๊ก” บงกช คงมาลัย ทำให้ภาพของเจถูกมองเปลี่ยนไป ในลักษณะไม่ให้เกียรติผู้หญิง
 มัน เป็นธรรมดา เป็นข่าว เรารู้ว่าเราเป็นยังไง เหตุผลที่คนอาจจะเขียนไปอีกอย่าง แปลความหมายไปอีกอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่ความผิดของเรา  แต่อาจจะเป็นความผิดที่เราให้สัมภาษณ์ไป แต่ว่าในเมื่อเราทำงานในวงการนี้   ถ้าเราจะปิดกั้นเรื่องพวกนี้มันก็ไม่ถูก

 ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล  รูปที่ 4

มีข่าวแบบนี้ ทำให้เราต้องระวังเรื่องคำพูดไหม
ไม่ นะ…จริงๆ แล้วผมเป็นคนพูดตรงๆ

กับ “ตั๊ก” บงกช คงมาลัย ยังร่วมงานกันได้ไหม

ได้…ตั๊กเล่น ป๊อปสตาร์ ด้วยกัน ก็ต้องถ่ายหนังให้เสร็จ จริงๆ คนไม่เข้าใจผมกับตั๊กว่าเป็นเพื่อนกัน แหย่กันตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่แค่คนภายนอกหาว่าเราไม่ชอบกัน ถามว่าได้คุยกันไหม ก็ไม่ได้คุยกับเขามา 2-3 เดือน

ข่าวเคลียร์กันเรียบร้อย
ใช่…

ยืนยันว่าตอนนี้โสด
โสด ตอนนี้อยากทำงาน 

เคยวางอนาคตไหม จะแต่งงานอายุเท่าไหร่
ไม่เคย …มีแต่เคยคิดว่าไม่อยากจะแต่งงาน มีส่วนที่เราหวงชีวิตโสด  เราต้องการเวลาทำงาน แต่ถ้าเราเจอคนที่ใช่จริงๆ ความคิดเราอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ เราอาจจะคิดแต่งงานก็ได้ แต่บางทีเจอแล้ว แต่เขาอาจจะไม่พร้อม มันไม่อยู่ที่เขาหรือเรา มันอยู่ที่คนสองคนว่าพร้อมหรือเปล่า

แหม…เจ้าตัวออกมาประกาศตัว ว่าโสดแบบนี้ สาวๆ รีบกรอกใบสมัครด่วนจ้า

เรื่อง… “เพ็ญนภา ดำเล็”
ภาพ… วริศรา วุฒิกุล

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล  รูปที่ 5 คมชัดลึก 

เนื้อหา In focus ที่เกี่ยวข้อง

ทาง men.mthai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ 2 หนุ่ม...

Men's Health Guy Challenge 2012 MH12 ปั...

วันนี้ Men.Mthai จะพาทุกท่าน ไปทำความ...

สำหรับคำว่าอภิชาตบุตรนั้นเป็นสิ่งที่ลูกผ...

ติดตาม ! ข่าวแฟชั่น ทรงผม สุขภาพ รถยนต์ บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น : ชีวิตติสท์ๆวิธีคิดแบบ เจ มณฑล

เนื่องจากชาว Men.Mthai ให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากขึ้นเรื่อย ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาชิกทุก ท่านที่ตอบรับและได้แสดงความคิดเห็นที่ดีเสมอมา แต่เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึ่ง ประสงค์จากเหตุดังนี้

  1. แสดงความคิดเห็นในเชิงก่อกวนนอกประเด็น และหรือสร้างความรำคาญให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  2. แสดงความคิดเห็นที่มีเจตนาประชาสัมพันธ์ขายสินค้า หรือโฆษณาแอบแฝง
  3. แสดงความคิดเห็นพาดพิงหรือสร้างความเสียหายให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  4. แสดงความคิดเห็น โดยใส่ข้อความส่วนตัว, อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ อันผิดต่อกฏหมาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  5. แสดงความคิดเห็นด้วยภาษาหยาบคาย และเชิงลามกอนาจาร เกินกว่าเหตุอย่างมาก
  6. แสดงความคิดเห็นหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

ด้วยเหตุดังกล่าวเราจึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากสมาชิกชาว Men.Mthai เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี โดยทางทีมงานต้องขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อ เป็นการยืนยันตนเบื้องต้นได้จาก IP และ อีเมล์ที่ใช้สมัครสมาชิก เมื่อความคิดเห็นใดๆ นั้นสร้างความเสียหาย หรือ ผลกระทบดังที่กล่าวมาข้างต้น

เนื้อหานี้อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิก

หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หรือสมัครสมาชิกที่นี่ Register ที่นี่