สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์

2009-09-04 : 17:35:22 iMADD

สิงห์ พบ สิงห์ จับเข่าคุยเรื่องดนตรี วัยรุ่น และการเมือง

จะบอกว่าเป็นเรื่อง ‘เสือพบสิงห์’ ก็ได้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าเป็น ‘สิงห์พบสิงห์’ จะถูกต้องกว่า เพราะนี่คือการนั่งคุยกันระหว่าง happening กับคนหนุ่มสองคนที่มีชื่อเล่นว่า ‘สิงห์’ เหมือนกัน แต่ความน่าสนใจของการประกบคู่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะสองหนุ่มนี้มีชื่อ เล่นพ้องกันเท่านั้น ทั้งคู่ยังมีอะไรที่ ‘เหมือน’ และ ‘ต่าง’ กันจนเมื่อมายืนคู่กันแล้วกลายเป็นความน่าสนใจในปริมาณสูง จะเป็นอย่างไรโปรดคลิกไปอ่านโดยพลัน

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 สิงห์-วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล เป็นลูกชายคนเล็กของ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ซึ่งเป็นอดีตผู้นำนักศึกษาในเหตุการณ์ 14 ตุลา พ.ศ. 2516 ฝ่ายพ่อนั้นตอนนี้เป็นนักวิชาการชั้นนำของประเทศและเป็นนักเขียนรางวัลศรี บูรพา ส่วนฝ่ายแม่เป็นนักแปลและนักเขียนระดับกวีซีไรต์ วรรณสิงห์เป็นนักกิจกรรมตัวยง เขาเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปด้วยบทบาทการเป็นพิธีกรรายการทีวีหลาย รายการ อาทิ U-School และ Wake Club ก่อนจะมีอีกบทบาทเป็นนักเขียนเจ้าของคอลัมน์ฮิตและเป็นเจ้าของพ็อกเก็ตบุ๊ก ขายดี หลังจบจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วรรณสิงห์เริ่มต้นทำงานด้านพัฒนาสังคมกับองค์กรชื่อ Change Fusion แต่ล่าสุด เขากำลังจะออกเทปกับวงดนตรีของเขาที่ชื่อว่า ราโชมอน!

                                                               

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 2  สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 3  สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 4

             ตอบตามใจ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล งานเขียนเล่มใหม่ของสิงห์หนุ่ม จะนำพาทุกท่านไปยังโลก
             แห่งความสนุกสนาน และสุดแสนสร้างสรรค์แห่งยุคสมัย

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ อายุ เท่ากันกับวรรณสิงห์พอดี เขาเป็นลูกชายของ วีระ มุสิกพงศ์ – อดีตรัฐมนตรีที่ปัจจุบันเป็นแกนนำ ‘คนเสื้อแดง’ แต่ดูเหมือนบทบาทของประชาธิปที่ใครๆ จดจำได้คือการเป็นมือกีตาร์ของวงดนตรี Sqweez Animal ที่เป็นศิลปินรุ่นพี่ของวงราโชมอนในค่าย Spicy Disc นั่นเอง อัลบั้มแรกของ Sqweez Animal ได้รับความสำเร็จถึงขั้นที่สามารถจัดคอนเสิร์ตใหญ่ของตัวเองได้เมื่อกลางปี ก่อน ประชาธิปยังแอบไปทำงานเดี่ยวของตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ เป็นเพลงที่เขาแต่งเองร้องเองชื่อ ถุย ที่ถึงจะเป็นเพลงรัก แต่ก็จัดว่ามีเนื้อหาแรงไม่เบา และสำหรับชีวิตช่วงนี้ เขาและ วิน ศิริวงศ์-เพื่อนร่วมวงที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ตอนไปเรียนอยู่ที่ประเทศอังกฤษ กำลังขะมักเขม้นทำอัลบั้มชุดที่สองซึ่งมีกำหนดวางแผงในอีกไม่กี่เดือนนี้ แล้ว

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 6

ในห้วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในฤดูฝนปนฤดูร้อน บรรยากาศการเมืองยังร้อนไม่สร่าง ไข้หวัด 2009 กำลังระบาด ข่าวใหญ่ของหนังสือพิมพ์คือเรื่อง ไมเคิล แจ็กสัน, หมีแพนด้า, ความคืบหน้าของคดีลอบสังหาร สนธิ ลิ้มทองกุล และวันเกิดทักษิณ ชินวัตร …ชายหนุ่มสองคนนี้ได้มานั่งลงข้างๆ กัน เริ่มต้นตอบคำถามเรื่องดนตรี และเลยไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

ต่อจากบรรทัดนี้ไป คือถ้อยคำที่เราได้บันทึกมาจากเหตุการณ์ ‘สิงห์พบสิงห์’ ในวันนั้น

 

ชีวิตช่วงนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ตอนนี้ทำอัลบั้มอย่างเดียว ติดอยู่ในสตูดิโอตลอด เกือบทุกวันต้องเจอพี่วิน (วิน ศิริวงศ์) รู้สึกว่าก็ควรจะออกมาได้แล้ว ทิ้งเวลาไว้นานมากแล้ว ถ้าไม่รีบออกจะฉลองครบ 3 ปีของอัลบั้มแรก ซึ่งไม่อยากฉลองเท่าไหร่ (หัวเราะ) ตอนนี้ทำได้สัก 50 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่อีก 50 เปอร์เซ็นต์หลังมันจะมาอย่างรวดเร็วครับ

เคยได้ยินมาว่าอัลบั้มแรกใช้เวลาทำทั้งชีวิต อัลบั้ม 2 ใช้เวลาทำเท่าที่มี นี่จริงหรือเปล่า?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: น่า จะจริง คืออัลบั้มแรกบางเพลง อย่างเพลง ครึ่งสายตา ทำมาเป็น 10 ปีครับ ไม่ใช่ว่าทำ 10 ปีเสร็จ คือมันแต่งมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว อย่างตอนนั้น คือเหมือนมันเป็นเพลงเล็กๆ น้อย ๆ เอามาเล่นเป็นเพลงเต็มยังไม่ได้ แต่ 10 ปีผ่านไป พอจะทำอัลบั้มเต็ม ผมกับพี่วินกลับมาชอบเดโม่ที่ทำทิ้งไว้ ก็ดึงเพลงนั้นมา ก็ดันกลายเป็นดีไปด้วย เลยโชคดีไปครับ

แต่อัลบั้ม 2 นี่แต่งใหม่ทั้งหมด?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: มันก็มีทั้งใหม่และที่แต่งเอาไว้แล้ว คือมีพวกวัตถุดิบเล็กๆ น้อยๆ ที่แต่งไว้ คือที่แต่งมาตอนอัลบั้มแรกเรามีเพลงหลงเหลือไว้ประมาณ 30-50 เพลงด้วยซ้ำ แต่จะเอามาให้เป็นรูปเป็นร่างนี่ มันต้องผ่านการพิสูจน์จากตัวเองก่อน ว่าพวกเรายังชอบมันมากแค่ไหน แล้วเราจะเพิ่มประสิทธิภาพให้เพลงตัวนั้นได้ยังไง  

แล้ววรรณสิงห์ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างครับ?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ก็ช่วงนี้พักงานประจำที่ทำด้านองค์กรพัฒนาสังคมอยู่ คือเอาเวลามายัดใส่อัลบั้มเต็มที่ ซึ่งตอนนี้มันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของอัลบั้มนี้แล้ว กำลังมิกซ์ดาวน์กันอยู่ ผมก็อยู่ห้องสตูดิโอวันละประมาณ 18 ชั่วโมง คิดว่าอาทิตย์นี้น่าจะมิกซ์ทุกเพลงเสร็จ ก็เหลือมาสเตอร์อย่างเดียว แล้วก็ขณะเดียวกันก็บ้าแต่งเพลงให้อัลบั้มใหม่ไปแล้ว (หัวเราะ) แต่ว่างานประจำก็ไปทำเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ฟูลไทม์เหมือนก่อน แต่เดือนกันยาน่าจะกลับไปฟูลไทม์ได้ นอกจากนั้นก็เขียนหนังสืออยู่ ก็จะมีเล่มใหม่ออกมาสักเดือนตุลานี้ แต่ว่าตอนนี้หลักๆ ก็คืออัลบั้มครับ

ชีวิตในห้องอัดกับชีวิตที่ทำงานประจำมันต่างยังไง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: คน ละเรื่องเลยครับ ห้องอัดนี่เราอยู่กับเครื่องจักร ก็สั่งให้มันทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ทำเสร็จเอามาฟังในรถก็ต้องแก้นู่นนี่นั่น แก้ใหม่ประมาณ 18 รอบกว่าจะเสร็จ มันเป็นงานที่ละเอียดอ่อนแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ค่อยสนองความต้องการทางสังคม (หัวเราะ) คือสนองความอยากส่วนตัว แต่ถ้าเป็นงานประจำผมจะต้องติดต่อคนนู้นคนนี้ คืองานที่ทำอยู่จะเป็นเรื่องของระดมทุนทางสังคม ซึ่งเหมือนให้เกิดไฟแนนซ์โปรเจกต์พัฒนาทางสังคมต่างๆ ให้ได้ แล้วก็ต้องติดต่อคนนู้นคนนี้ ตอนเช้าก็เข้ารัฐสภา ตอนบ่ายเข้าทำเนียบ ตอนเย็นเข้าห้องซ้อม คือชีวิตสุดขั้วมาก แต่ก่อนหน้านี้มันทำ 2 อย่างพร้อมกันได้ แต่พอมาปิดอัลบั้มมันไม่ไหวแล้ว มันต้องขอพักสักแป๊บนึง แล้วก็กลับมากระแดะเขียนหนังสืออีกนะ ก็เลยต้องพักงานสักพัก เดี๋ยวพอเขียนหนังสือเล่มที่ 4 เสร็จก็จะขอพักหยุดงานเขียนสัก 2-3 ปี เพื่อรวบรวมประสบการณ์ เพราะนักเขียนทุกคนก็จะมีปัญหาว่าตันแล้ว

เล่าถึงอัลบั้มของคุณให้ฟังหน่อย

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: วง ผมชื่อ ราโชมอน เป็นแนวสวิงแจ๊ซมาผสมกับร็อก คือเป็นแจ๊ซที่หนักมากๆ แต่ว่ายังพอฟังออกว่าเป็นแจ๊ซอยู่ นั่นคือธีมหลักของอัลบั้ม แต่ว่ามีบางเพลงซึ่งขยายไปแนวทางอื่นบ้าง แต่ตัวเอกจริงๆ ของเพลงเป็นเนื้อร้องครับ ผมก็นั่งเขียนมาเรื่อยๆ การเป็นนักเขียนมาก่อนเลยเข้าใจการใช้ภาษาในระดับหนึ่ง แต่มันก็เป็นโจทย์ที่ต่างจากการเขียนหนังสืออยู่มาก เพราะว่าเหมือนกับเอาเรื่องที่อยากสื่อในหนังสือมาตัดให้เหลือคำประมาณ 10 ประโยคให้จบเรื่องให้ได้ ผมมองว่าการเขียนเพลงก็เป็นการเขียนที่ท้าทายอีกชนิดหนึ่ง

ทำไมต้องสวิงแจ๊ซ?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: เพราะว่าผมบ้าแจ๊ซญี่ปุ่นมาก ถ้าผมไม่ทำงานนี้ผมก็ทำร็อกอีโมไปเลย ซึ่งร็อกอีโมมีเต็มบ้านเต็มเมืองแล้วสมัยนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะทำให้ต่างจากเขายังไง ผมก็เลยเชื่อว่าถ้าเราไม่เป็น The First ก็เป็น The Different ไปเลย ก็หาอะไรที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน อย่างเพลงโปรโมต เป็นเพลงเกี่ยวกับผู้หญิงทำงานกลางคืนครับ รินดา ครับ แล้วก็เนื้อร้องก็ “รินดาราคาเธอสองสามพัน แต่แม่เธอบอกเธอมีค่ากว่านั้น รินดาแม่เตือนไม่ฟัง ถ่างขาร่าเริงทุกวัน รินดาราคาเธอสองสามพัน” นี่ผมก็แบบแต่งนานมากเพราะต้องเล่าเรื่องของรินดาให้จบให้ได้ภายใน 4 ประโยคแรก ว่าลินดาคือใคร ลินดาคือนักศึกษาที่มีบ้านดี พ่อแม่ก็รัก แต่คิดว่าตนเองมีค่าแค่นี้ ก็เลยไปทำสิ่งเหล่านี้เพื่อแลกกับกระเป๋าแลกกับอะไร คือเรามีเรื่องราวข้างหลังของตัวละครตัวนี้อยู่ แต่ว่านักเขียนทุกคนเขาจะรู้ว่าเราเก็บไว้กับตัว พยายามให้เรื่องมันโผล่มาเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องพูดตรงๆ 4 ประโยคนั้นก็เลยหลุดออกมา แล้วคิดว่าคนน่าจะพอรับไหว แต่ถ้าโดนแบนน่ะจะเยี่ยมมาก เพราะว่ามันจะดังมาก (หัวเราะ)

พลงโปรโมตยังพูดถึงเรื่องขนาดนี้ แล้วเพลงอื่นๆ จะพูดเรื่องอะไรอีก?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ถ้า เป็นเนื้อเพลงอื่นก็มีอย่างเพลงชื่อ อนัตตา เพลงถึงเพลงมันจะพูดถึงเรื่องงี่เง่าก่อน แต่จะพยายามแฝงแง่มุมลึกซึ้งของความงี่เง่านั้นไว้ อย่างเช่นการเมา ผมพยายามจะสื่อว่าจริงๆ แล้วคนเรานี่กินเหล้าเพื่อต้องการลืมว่าก่อนกินเหล้าเราเป็นใครใช่ไหม พอเมาแล้วเหมือนไร้ตัวตน ไม่ต้องแคร์ว่าฉันเป็นใคร เหมือนคนเราพอมีสติดีมันไม่มีข้ออ้างในการทำนู่นทำนี่ พอไร้สติฉันไม่ต้องเป็นคนที่ฉันเคยเป็นแล้ว เป็นต้น

เอาแรงบันดาลใจเรื่องพวกนี้มาจากไหน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: บางเรื่องก็จินตนาการล้วนๆ เลยครับ เพราะอย่างรินดานี่ไม่ใช่ผมรู้จักรินดาที่ไหนนะ (หัวเราะ) คือส่วนใหญ่เป็นเรื่องสังคมไทยน่ะ ผมเห็นปัญหาหรือแง่มุมที่น่าสนใจแต่ยังไม่มีใครมอง แต่ไม่อยากมานั่งเขียนเพลงเพื่อชีวิตที่แบบว่า ไอ้นี่ก็เลว ไอ้นู่นก็เลว หรือทำไมฉันโชคร้ายจังเลย เกิดมาอับจน ผมแค่อยากตั้งคำถามว่ามันเป็นอย่างนี้หรือเปล่า คุณเคยคิดบ้างไหม ก็เหมือนหนังสือที่ผมเขียน อิทธิพลหลักๆ ของผมในประเทศไทย ผมก็มองการเขียนเนื้อของพี่ตุล อพาร์ตเมนต์คุณป้า (ตุล ไวฑูลเกียรติ) เพราะว่าแกเขียนได้คมฉิบหายเลย (หัวเราะ) แล้วก็อาแอ๊ด (ยืนยง โอภากุล) เพราะว่าประเด็นที่อาแอ๊ดสื่อก็เป็นประเด็นที่ร่วมสมัยในตอนนั้น ผมก็มาดูว่าอะไรที่สามารถเป็นอาแอ๊ดในสมัยนี้ได้บ้าง เพราะว่าถ้าให้เขียนเพลงรักก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร ไม่ใช่ว่าไม่อยากเขียน แต่เขียนไม่ออก คนอื่นเขาเขียนเพลงรักมาทุกมุมแล้ว

Sqweez Animal ทำชุดแรกเต็มที่ไปแล้ว ชุดสองเอาแรงบันดาลใจจากไหน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: คือทางเราจะสะท้อนความรักความรู้สึกครับ สังคมไม่ค่อยกล้าสะท้อนเท่าไหร่ จริงๆ ก็อยากนะครับ แต่ไม่รู้ว่าฉลาดพอหรือเปล่า (หัวเราะ) แรงบันดาลใจทางเนื้อร้องส่วนใหญ่เกิดมาจากพี่วินครับ อันนี้จะมีพื้นฐานด้วยความรัก ความรักมันเกิดมาจากทุกสิ่ง การที่เราได้มาทำเพลงมันเกิดจากความรัก คือเนื้อร้องเด่นๆ ถ้ามาจากฝ่ายพี่วินนี่ความรักแน่ๆ เขากำลังมีแฟนแฮปปี้อยู่ตอนนี้ (หัวเราะ) แต่มันเป็นวิธีการเล่าเรื่องของเขาครับ มันอาจจะเกิดจากประสบการณ์ตัวเขาเองหรือคนรอบข้าง เขาเอาสิ่งที่จับต้องได้คนเดียว มาขยายความให้คนอื่นฟังรู้เรื่องขึ้นครับ แต่จริงๆ ก็ไม่ได้คำนึงว่าคนจะฟังรู้เรื่องหรือเปล่า ก็เอาให้ตัวเองชอบใจก่อน

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 17

แล้วคุณสร้างดนตรีขึ้นมาจากไหน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ก็ถ้ามันเริ่มมาจากพี่วินก็มาจากความรู้สึกในเนื้อเพลง ผมก็เหมือนเป็นดินสอสีป้ายให้เรื่องราวของเขา ให้ผ้าที่เขาเอามาให้มันมีสีสัน ให้มันมืดลงไปหรือสว่างขึ้น ก็ส่วนมากจะเป็นทางมืดลงมากกว่า (หัวเราะ) เพราะเพลงชุดใหม่ออกไปทางแฮบปี้ๆ หน่อย ผมก็จะเป็นคนหมองหม่นนิดนึง ดึงให้มันมา พอทำมาแล้วมันออกมาเป็นสควีซแอนิมอลครับ

อิทธิพลทางดนตรีของคุณมาจากไหน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: มีเยอะนะครับ ผมชอบมือกีต้าร์ที่ทำซาวนด์แปลกๆ ทั้งหลาย มือกีต้าร์ที่ผมชอบคือเป็นคนผิวดำ น่าจะเป็นช่วงเซเว่นตี้ ชื่อ ไนล์ ร็อดเจอร์ส อยู่วงดิสโก้ชื่อวง Chic ที่ตอนนั้นก็โด่งดังใช้ได้เหมือนกันครับ ก็ชอบมือกีตาร์คนนี้ ก็ติดการเล่นดนตรีฟังก์มาจากเขา ตอนนี้ทิศทางกีตาร์เริ่มไปทางไซคีเดลิก ผมก็ฟังเพลงสมัยใหม่พวก บริตป๊อปหลายๆ วงเดี๋ยวนี้ก็เริ่มเอาดนตรีสมัยก่อนอย่างดิสโก้ ฟังก์ร็อก มาใส่ไซคีเดลิกเข้าไป ผมว่าสนุกดีครับ

เริ่มฟังเพลงเยอะๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: น่าจะประมาณสัก ม.ปลาย ตอนนั้นผมจะฟังแต่เฮฟวี่เมทัลเลยครับ แล้วก็จะอีโก้มาก ไม่ฟังอะไรที่ไม่แรง มี Metallica มีทุกชุดครับ ถึงขั้นฟังเดธเมทัลเลยนะครับ รุ่นผมทุกคนต้องผ่านเฟสนี้มาก่อน (หัวเราะ) แต่ตอนนี้แจ๊ซผมก็ฟัง ไมล์ส เดวิส ก็ฟัง คือตั้งแจ๊ซยันฮาร์ดคอร์ได้เลย ป๊อปผมก็ฟัง ฟังหมดครับ แต่ผมจะเป็นสนใจความหมายช้ากว่าดนตรี ผมจะเป็นคนที่ดนตรีเด้งใส่หัวก่อน อาจจะเป็นที่ผมฟังคนไม่ค่อยรู้เรื่องมั้งครับ (หัวเราะ) คือเวลาจะสื่อสารกับใคร ผมจะเป็นคนที่ต้องฟังหลายๆ ที เพราะฉะนั้นในการฟังเพลงกว่าที่ผมจะรู้ว่าเขาร้องว่าอะไรก็ใช้เวลานาน แต่พอตอนนี้เริ่มเปลี่ยนแล้ว มาเริ่มนั่งจับจ้องเพลงคนที่เขาเขียนมาดี บางทีมันเข้าถึงชีวิตเราตรงๆ เลยอะไรก็มี ทำให้เราเข้าไปลึกอยู่ในห้วงของดนตรีมากขึ้นด้วยซ้ำครับ แต่ว่าตัวเองแล้วยังไม่สามารถจะเขียนเนื้อด้วยตัวเองให้ถูกใจนี่ยังทำไม่ได้ ครับ

ก็เห็นว่าคุณไปทำเพลงของตัวเองเหมือนกัน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประ ชาธิป: อันนั้นเป็นเนื้อที่ภูมิใจใช้ได้ ชื่อเพลง ถุย ก็ผิดหวังในความรัก เจ็บปวดนิดหน่อยอยากด่าคน ก็นั่งเล่นกีตาร์ตื่นมาอยู่ดีๆ มันได้มาเฉยเลย คือถ้าผมมานั่งจดจ้องแล้วอยากแต่งเพลงนี้ให้มันเป็นอย่างนี้มันจะไม่ค่อยออก แต่ถ้าอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาจากเตียงเลยเอากีตาร์มาจับ อ้าวทำไมคำมันออกมา ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่ได้แต่งเนื้ออะไรอย่างนี้ครับ ก็ไม่รู้ดีไม่ดีหรือ แต่ก็สะใจครับ ได้ระบายตัวเองดี

แล้ววรรณสิงห์ฟังเพลงอะไรมาบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณ สิงห์: จริงๆ ผมก็เป็นคนฟังดนตรีก่อนเหมือนกันครับ แล้วหลักๆ ผมก็จะเป็นญี่ปุ่นครับ ศิลปินเอกในชีวิตก็คือ ชินนะ ริงโกะ กับวงชื่อ Tokyo Jihen ก็เป็นแนวแจ๊ซร็อก เป็นต้นตำหรับของดนตรีแนวนี้ ซึ่งเราเอามาทำต่อ ต่อยอดไปอีกที แต่นอกจากนั้นก็มีวงสวิงของญี่ปุ่นอีกวงนึงชื่อวง The Travellers ก็เคยมาเล่นเมืองไทยกับเขาเหมือนกัน เป็นวงคุณลุงอายุประมาณจะ 50 กันอยู่แล้ว แต่เก่งมาก แล้วก็ถ้าเป็นวงสายฝรั่งก็เป็นวงที่คนรู้จักกันเยอะๆ หน่อยก็มี Jimmy Eat World ก็ถึงบอกว่าถ้าผมไม่ทำแจ๊ซก็ทำอีโมไปเลย ถ้าเป็นทางส่วนตัวผมเป็นมือเบส คือเป็นคอมโพเซอร์แล้วก็มือเบส ก็ด้านคอมโพเซอร์ก็ชอบพวก ชินนะ ริงโกะ แต่ถ้าด้านมือเบสผมจะชอบ สแตนลีย์ คล้าก เขาเล่นเก่งมาก แล้วก็แต่ก่อนก็บ้า เทตสึ ของ L’Arc~en~Ciel อยู่ช่วงนึง จนกระทั่งเราเติบโตก็รู้ว่า มันก็ไม่ได้ยากมากนะ (หัวเราะ)

เห็นเด็กผู้ชายมักชอบเล่นกีต้าร์ก่อน ทำไมคุณถึงเล่นเบส?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ก็ ผมอยากให้คนอื่นถามคำถามนี้ ‘ทำไมเล่นเบส’ (หัวเราะ) ผมรู้สึกว่ากีตาร์มันเล็กเกินไป ไม่ทำไมมันจับไม่ถนัด พอจับเบสปุ๊บ ถ่างมือแบบนี้ โอ้โห สะใจมาก …เป็นคำตอบที่งี่เง่าดีนะครับ (หัวเราะ) แต่ตอนแรกผมก็พยายามหัดทุกเครื่อง มีช่วง ม.4 ผมเรียนคลาสดนตรีทั้งกลอง กีตาร์ เปียโน และเบสพร้อมกัน แต่นั่นคือช่วงเล่นดนตรีใหม่ๆ เลย พอเริ่มเล่นเบสเป็นเราก็เปรี้ยวอยากเล่นเครื่องดนตรีอื่นๆ ด้วย แต่พอเล่นไปสักพักรู้ว่ากีตาร์ไม่ใช่ของเรา เพราะว่ามันเล็กไป (หัวเราะ) แต่กลองกับเบสนี่ชอบมาก ถ้าถามอะไรเล่นได้ดีที่สุดก็คือเบส รองมาก็เป็นกลอง ส่วนเปียโนนี่เหมือนกับว่าไม่ชอบเล่นเท่าไร แต่ก็จำเป็นมากในการแต่งเพลงที่จะต้องรู้ไว้ เพราะฉะนั้นผมก็จะเรียนรู้ ไม่เชิงในการเล่นเปียโนมากกว่า แต่ในการคอมโพส อย่างในอัลบั้มนี่ไลน์เปียโนยากๆ เยอะเลย แต่เนื่องจากเดี๋ยวนี้เรามีคอมพิวเตอร์ใช่ไหม ผมก็แค่แต่งโน้ตใส่ในคอมฯ มันก็เล่นให้แล้ว

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ค่อนข้างขัดกับผมนะจริงๆ ผมอยากตีกลองอย่างแรกเลย ครูเขาบอกตัวเล็กไป เล่นเบสมือก็เล็กไป ก็เหลือแต่กีตาร์ที่ไม่มีใครขัดผมได้ (หัวเราะ)

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 25

 

เริ่มเล่นกีตาร์ตอนไหนครับ?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: เริ่ม แตะจริง ๆ ตอน 8 ขวบครับ ตอนนั้นแตะเพราะว่าฟังเพลงกะลา ของ โมเดิร์นด็อก แล้วก็อยากเล่นมาก ซื้อหนังสือคอร์ดอะไรมาเรียบร้อย เพลงกะลานี่ บีไมเนอร์ จับแบบนี้ บีบปั๊บ ทำไมมันไม่เหมือนที่ในเพลงมันดีด ก็เลยจบครับ ทิ้งมันไว้ จับอีกทีอายุ 12 อยู่ประเทศอังกฤษพอดี ก็ไม่พ้น Oasis ครับ ตอนนั้นก็อยากเล่นเป็นครับ หนังสือที่นั่นมันสอนแบบว่าเล่นยังไง เพราะว่าผมไม่ได้เรียนมา ก็มีจุดอ่อนทางด้านนั้นต้องใช้หนังสือช่วย ว่าเล่นยังไง ก็แกะไปก่อนเรื่อย ๆ

ก็คือเล่นด้วยตัวเอง เรียนด้วยตัวเองมาตลอด?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ใช่ครับ จริง ๆ ย้อนกลับไปได้ จริง ๆ ผมก็อยากเรียนนะครับ

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ผมก็เรียนอยู่ 3 เดือนเองครับ แล้วก็ออกมาไม่เรียนแล้ว ลุยเอง เพราะว่าดนตรีมันมีหลายสายมาก แต่ละคนก็เลือกสายเหมือนกับเล่นเกมแล้วเลือกคลาสว่าจะไปเป็นนักบวชหรือนักรบ อะไรแบบนี้ ผมก็เลือกไปสายหนึ่ง ถ้าเรียนในโรงเรียนส่วนใหญ่เขาจะสอนหมดเลย เราอาจไม่ได้อยากรู้บางเรื่อง เราอยากรู้เรื่องนี้ให้สุดไปเลย ก็ไปหาหนังสือมาอ่าน

พอได้มาเล่นดนตรีอย่างจริงจังมันเกิดอะไรกับชีวิตวัยรุ่นของพวกคุณบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: มันเหนื่อยกว่าที่คิด (หัวเราะ)

ประชาธิป: เล่นดนตรีในช่วงวัยรุ่นของผมมันเป็นการหนีเรียนไปเล่นครับ ไม่ค่อยดีเท่าไร คือแทนที่จะอ่านหนังสือ นั่งทบทวนสอบผมนั่งฝึกกีตาร์ คือทำอะไรตามใจตัวเองครับตอนนั้น ไปเรียนที่นู่นด้วยก็ขัดใจพ่อแม่ทุกอย่าง เป็นเด็กขัดใจคนอื่นครับ ไม่เชื่อฟังคุณครู แต่ตอนนี้เชื่อแล้วครับ (หัวเราะ)

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: คือตอนวัยรุ่นผมเหมือนกับฝึก เล่นเฉยๆ ไม่ได้คิดว่าจะมาทำเพลง เหมือนเล่นเอาสนุก เป็นงานอดิเรกมากกว่า แต่พอเวลาผ่านไปมันมีตัวโน้ตผุดขึ้นในหัว มีเพลงที่เราอยากจะสื่อออกมาในโลกมาขึ้นเรื่อยๆ ก็เขียนเก็บไว้แต่ก็ไม่ได้อะไร จนกระทั่งเรียนจบมันมีความต้องการแบบไม่ไหวแล้ว เราต้องออกมาทำเพลงให้เสร็จหนึ่งอัลบั้มก่อนจะมูฟออนไปทำสิ่งต่างๆ ได้ ก็เลยทุ่มเต็มที่ อัลบั้มนี้ถ้ารวบเวลาจริง ๆ รวมถึงตอนส่งเดโมห่วยๆ ตอนแรกที่คนไม่เอาก็ประมาณ 3 ปีครึ่ง ในการรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดในการทำ แต่ว่าก่อนหน้านั้นถามว่าเอาจริงกับดนตรีไหม มันไปชอบเขียนหนังสือ ชอบไปทำกิจกรรมอะไรนี้มากกว่า แต่คงมาถึงจุดที่เราอิ่มตัวกับด้านอื่นๆ ของชีวิตแล้ว แต่ก่อนผมโคตรตั้งใจเรียน ตอนนี้ไม่มีอะไรให้เรียนแล้วก็มาเล่นดนตรีดีกว่า

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: อย่างของผมการทำอัลบั้มมันเหมือนเป็นความฝันด้วย แล้วดันอยู่ดีๆ ไปเจอะพี่วินที่ลอนดอนที่ชอบเพลงสไตล์เดียวกัน พอดีวงเขาขาดมือกีตาร์ ก็เลยเล่นกับเขา ตอนนั้นอายุ 16 ครับ หลังจากนั้นก็เล่นด้วยกันมาตลอด จนตอนนี้ก็อยากเรียนมั่งแล้ว (หัวเราะ)

แสดงว่าคุณทำงานเป็นวงมาตลอด?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: คือการทำงานของวงผมมันจะแปลกๆ นิดนึงครับ ผมทำงานกับพี่วินนี่บางทีไม่ต้องนั่งอยู่ที่เดียวกันที่ทำงานเลย พี่วินเขาจะมาเป็นคอร์ด ร้องเล็กๆ น้อยๆ อัดมาเป็นท่อน ๆ ยังไม่ได้อาเรนจ์มาเลย ผมเลยฟัง อันนี้น่าจะไปอย่างนี้นะ ผมก็จะมั่วๆ ใส่ของผมเข้าไป เหมือนอัดๆ มันเข้าไปหลายๆ ชิ้นครับ แล้วค่อยมาเอาออกทีหลัง แล้วพอใจปุ๊บก็ส่งเอ็มพีสามไปพี่วิน พี่เขาก็บอกดีไม่ดีตรงไหนก็กลับมา แล้วค่อยมาเข้าห้องกันอีกที ไม่รู้มันทำให้ช้าหรือเปล่า แต่เป็นวิธีของเราครับ เราทำเพลงไม่มีค่อยมีคอนเซปต์ ตามใจตัวเองไว้ก่อน อย่างที่บอกผมจะขอสนุกกับบีตของผมหรือกีต้าร์ที่ผมทำคอร์ดเจ๋งๆ ของผมไว้ก่อน พี่วินก็จะขอทำนองที่ตัวเองชอบไว้ก่อน จะดาร์ก จะแฮบปี้แค่ไหน ไม่ค่อยสนใจคนอื่นเท่าไร ผมเชื่อว่ามันจะออกมาจากใจของพวกเราจริงๆ ครับ

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 33

 

แล้วของ ราโชมอน ทำเพลงกันยังไงครับ?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: คือในวงสมาชิกจะมี 3 คน มีผมซึ่งเหมือนกับเปียโน กลอง แล้วก็เบส แต่ว่าจริงๆ มีแบ็คอัพครับ แล้วก็มีมือกีตาร์ มีนักร้อง นักร้องเขาก็จะร้องอย่างเดียว เหมือนกับผมไปหานักร้องคนนี้มาช่วยโดยประกาศหาทางบล็อกของตัวเอง แล้วก็มีคนส่งมา ก็คัดอยู่นานเหมือนกัน ก็ได้คนนี้มา ตอนนี้ก็เก่งขึ้นเยอะแล้ว ถ้าเรื่องไอเดียคือผมจะเป็นคนยืนพื้นหลักก่อน โดยส่วนใหญ่จะคิดคอนเซปต์เพลงนี้ไว้ก่อน ว่าเพลงนี้จะให้เกี่ยวกับอะไร ฉะนั้นก็คิดว่าสไตล์ไหนของเพลงที่น่าจะเข้าไปเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้ แล้วก็เนื้อร้องก็ยังไม่แต่ง จะหาคอร์ดหรือวางโครงคร่าวๆ มาก่อน บางครั้งทำแต่กลองมาก่อนครับ จากนั้นผมก็จะเอาโครงทั้งหมดใส่ให้มือกีตาร์ซึ่งเขาเรียนซาวนด์เอ็นจิเนีย ร์มาจาก ม.รังสิต เขาจะมีไอเดียว่าแก้คอร์ดตรงนี้ เรียบเรียงอย่างนี้ใหม่ไหม จากนั้นก็จะโยนไปโยนมาแป๊บนึง แต่หลักๆ ก็จะเป็นผมซะมากกว่า ก็เรียกได้ว่าอัลบั้มนี้ก็เป็นลูกชายของผม แต่ว่าถ้าผมขาดคนอื่นในวงผมก็อยู่ไม่ได้ คือสิ่งที่ผมขาดไปคือทักษะในการร้อง เล่นกีตาร์ก็ไม่เป็น แล้วก็ไม่ได้รู้ดนตรีอย่างที่ถูกต้องในเชิงทฤษฎีมา บางครั้งเราเล่นตามใจมันก็ได้อะไรที่ดิบดี แต่ว่าบางครั้งใช้ทฤษฎีเข้ามาช่วยก็ทำให้มันเนียนมากขึ้น ซึ่งทางมือกีตาร์ก็ช่วยได้ เพราะเขาเรียนมา เหมือนกับผมเป็นตัวดิบมาแหกกฎสุดๆ เขาก็บอกอันนี้แหกเกินไป ฟังแล้วไม่เพราะ แต่ถ้าแหกแล้วโอเคก็ต้องโอเคกันทั้งคู่

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: แต่ผมกับพี่วินก็เล่นกันมานานโดยที่ไม่รู้เรื่องดนตรีอะไรเลย สิงห์ยังมีมือกีตาร์ช่วยเรื่องทฤษฎีใช่ไหม?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ก็มันพูดอะไร ผมก็ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง (หัวเราะ)  

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ผม กับพี่วินก็จะพูดกันอยู่ 2 คน ท่อนนี่อะจังหวะตรงนั้น ไอ้นี่ไอ้นั่น แล้วพอมีมือกลองมือเบสมาช่วยทุกคนก็จะเริ่มงง ไอนี่คืออะไร ไอ้นั่นล่ะ กว่าจะเก็ทนะ (หัวเราะ)

วรรณสิงห์มีหลักในการเลือกนักร้องยังไง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: นัก ร้องนี่คือเลือกเสียง แคแรกเตอร์นี่ต้องขอแรดให้ได้ แล้วขณะเดียวกันก็แรดแบบเพราะนะครับ ไม่เอาแรดแบบวีดว้าย ก็เลยเลือกอยู่นานเหมือนกัน เพลงซอฟต์ๆ ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ต้องการผู้หญิงอารมณ์แรงๆ มากกว่า แต่น้องฟ้าเขาก็เป็นเด็กนครสวรรค์ซึ่งในชีวิตจริงก็ไม่ได้แรดอะไรมากมาย แต่ว่าร้องเพลงได้แรดดีมากก็เลยเลือกมา มือกีตาร์ที่ชื่อสิน สิงห์ เวลาอยู่ด้วยกันนี่ชิบหายเลย ก็เป็นเพื่อนที่อยู่สมัยมัธยม แต่สมัยมัธยมไม่ค่อยสนิทกันเท่าไร วันนึงผมกำลังเครียดอยู่ว่าจะเอามือกีตาร์มาจากไหนดี ผมก็เดินเข้าไปในร้านมิวสิคคอลเลคชัน นั่งลองเบส สักพักมันเดินมา อ้าว สิงห์เป็นไง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน แล้วมันก็ลองกีต้าร์ ผมก็นั่งมองมันเล่นกีต้าร์ เฮ้ย มันเล่นใช้ได้นี่หว่า เลยบอกมึงมาอยู่วงกูไหม (หัวเราะ) เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณปีที่แล้วครับ ตอนนี้ก็เรียบร้อยอยู่วงเดียวกัน แต่ว่าผมเป็นค่อนข้างติดเป็นเปอร์เฟกชั่นนิสต์ ต้องให้ทุกอย่างมนเป๊ะตามที่ต้องการไม่งั้น ไม่ปล่อยเด็ดขาด ก็ขณะเดียวกัน สินจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ไม่ค่อยอะไร ก็จะถ่วงกันหน่อย เพราะถ้าผมอยู่คนเดียวก็จะเครียดมาก แล้วการทำเพลงก็จะไม่สนุกเท่าไร เพราะผมจะกลายเป็นบอสมากกว่าเพื่อนร่วมวง แต่สินก็มาช่วยถ่ายตรงนี้ไป แต่ถ้าสินอยู่คนเดียวก็จะไม่เสร็จสักที ก็ต้องบาลานซ์กัน ผมก็เป็นด้านพุ่งตรง อันนี้เป็นด้านชะลอนิดนึง เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาบ้างก็ได้ ก็ทำให้งานเพลงชุดนี้ออกมาแบบที่พวกเราไม่ได้มีปัญหากัน ไม่ได้โกรธกัน แล้วก็ออกมาอย่างสนุก คือคนทำก็สนุกด้วย

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 39

 

อัลบั้มจะเสร็จแล้ว คิดว่าถ้ามันดังขึ้นมาจะเกิดไรขึ้น แล้วถ้าไม่ดังจะเกิดไรขึ้น?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ถ้าดัง พูดจริงๆ คือผมจะมีทางเลือกในการดำเนินชีวิต เพราะว่าผมมีแพสชั่นให้กับสองอย่าง หนึ่งคือเรื่องงานศิลปะด้านดนตรี สองคืองานพัฒนาสังคม ซึ่งแพสชั่นทั้งสองอย่างมันแรงพอๆ กันเลย ผมคิดว่าผมอาจจะต้องเลือกว่าผมจะไปทางไหน แล้วก็ดูว่ามันเป็นช้อยส์ที่สมจริงกับชีวิตไหม แล้วขณะเดียวกันอาจจะต้องถามตัวเองว่าจำเป็นต้องเลือกไหม ถ้าจะไปพร้อมกันสองทางแล้วสลับกันไปมาเหมือนช่วงวัยหนุ่มเป็นไปได้ไหม หรือว่าเราจะแฮปปี้ไหมที่จะไปทางใดทางหนึ่งเท่านั้น แล้วทิ้งอีกทางไป ซึ่งตอนนี้ผมประเมินว่าผมอาจจะไม่แฮปปี้ถ้าผมจะไปทางใดทางหนึ่ง ผมอาจจะต้องไปทั้งสองทางพร้อมกัน แต่ว่าผมไม่รู้ว่ามันสมจริงหรือเปล่า เพราะว่าสองทางนี้มันค่อนข้างต่างกันเยอะ แล้วถ้าผมทำงานพร้อมกันผมก็ไม่อยากเป็นนักดนตรีดังแล้วไปจัดคอนเสิร์ตการ กุศล เพราะว่าผมทำได้มากกว่านั้น ผมก็อยากลงไปสายพัฒนาสังคมเต็มตัวไปเลย ซึ่งถ้ามันไม่ดังผมก็ทิ้งด้านดนตรีไปเลย เพราะรู้สึกว่า โอเคเราได้ทำ ได้พอใจกับงานเราแล้ว แต่มันไม่มีออปชั่นให้เราทำสิ่งนี้ไปตลอดชีวิต เพราะงั้นต้องปล่อยไปแล้วก็ไปหาด้านเก่าที่เคยอยู่มาก่อน

ทำไมถึงไม่คิดว่ามันจะไปด้วยกันได้?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ก็อาจจะเป็นไปได้นะ แต่คือทุกวันนี้ผมก็อยากทำงานเพลงโดยไม่ติดว่าเป็นเพื่อชีวิตเท่านั้น แต่งานด้านสังคมก็ไม่ได้อยากจัดงานให้ศิลปินที่ไปออกงานงดสูบบุหรี่โลก แต่อยากลงไปเป็นคนทำ อยากทำให้มันเกิดผลจริงๆ ลงไปพื้นที่ตรงรากหญ้าจริงๆ ถ้ามันไปด้วยกันได้ก็ดี แต่ผมยังไม่อยากตอบตัวเองว่านี่มันคือทางที่มันสมจริงหรือเปล่า แล้วก็ไม่ค่อยมีคนเดินพร้อมกัน 2 ทางนี้เท่าไหร่นัก

แล้วถ้าวันหนึ่งต้องทำทางใดทางหนึ่ง มันจะทำให้ชีวิตขาดสมดุลอะไรไปหรือเปล่า?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: คือตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่ชอบทำหลายอย่างพร้อมกันมากๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นชีวิตแต่ละช่วงสลับกันทำนู่นทำนี่ แต่ทุกครั้งก็ทำอะไรให้มันตั้งใจสุดๆ เอาให้มันสำเร็จให้ได้ ตอนตั้งใจเรียนนี่ก็ได้ A รวดจนแบบว่าเข้าโรงพยาบาล คือเป็นคนโหมครับ อย่างช่วงนี้เข้าสตูฯ นอนวันละ 6 ชั่วโมง ตื่นมาปุ๊บเข้าสตูวันละ 18 ชั่วโมง ก็เลยถ้าผมจะทำ 2 อย่างพร้อมกันแล้วกูจะเอาเวลาที่ไหน (หัวเราะ) ไม่รู้เหมือนกัน ต้องคิดไปก่อน

สำหรับ Sqweez Animal เป็นอัลบั้มชุดที่ 2 ซึ่งนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่ชุดแรกมักจะบอกว่าการทำชุด 2 จะเครียด คุณคิดว่าถ้าดังมันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่ดังจะเกิดอะไรขึ้น?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: เรา แฮปปี้กับการทำมากกว่า ไม่ได้คิดเรื่องที่จะดังเท่าไหร่ ไอ้ความเครียดมันแอบมีกดดันนิดหนึ่ง คือที่ผ่านเล่นคอนเสิร์ตสนุกมาก บางเพลงที่เอามาฟังกับเพลงที่เล่นบนเวที ถึงแม้จะเป็นเพลงเดียวกันแต่คนละฟีลแล้ว ความเครียดของเรามันแค่อยากให้คอนเสิร์ตมันสนุกขึ้นอีก ก็อาจจะมีเพลงที่สนุกเพิ่มขึ้นมา คือมันจะออกมาเป็นยังไงแล้วเราไม่ได้หวังไว้ อย่างอัลบั้มแรกเราไม่ได้หวังเลยว่ามันจะออกมามีคนยอมรับสิ่งที่พวกเราคิด สิ่งที่พวกเราชอบกันเอง 2 คนก่อนได้ไหม มันก็มีเสียงตอบรับที่ดี จนมันถึงขั้นได้เข้าชาร์ต ก็เลยยังคงใช้คอนเซปต์เดิมในการทำเพลงตามใจตัวเองก่อนครับ แล้วก็มีความคิดเรื่องของการแสดงสดขึ้นมานิดหน่อย

จากงานเพลงชุดแรกที่ผ่านมา 3 ปี มีประสบการณ์อะไรที่ชอบที่สุดและไม่ชอบที่สุด?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ชอบ ที่สุดก็เสียงตอบรับจากแฟนๆ เพลงครับ (หัวเราะ) อันนั้นไม่ชอบก็ไม่ได้เพราะมันจะอยู่กับเราไปตลอด เราต้องชอบครับ มันจะขำตรงที่ว่าเวลาที่น้องเขาเอาปกมาให้เซ็นชื่อเนี่ย เขารู้ได้ยังไงว่าอันไหนคือนมพี่วิน อันไหนคือนมสิงห์ มันจะมาถูกเลยครับ นมพี่สิงห์จะมาเป็นขนๆ เยอะ (หัวเราะ) ผมก็ไม่ทราบว่าเขารู้ได้ยังไงครับ ที่ผ่านมายังไม่ค่อยไม่ชอบอะไรเลย มันเหมือนพอออกเทปแล้วชีวิตผมเปลี่ยนไป สังคมกว้างขึ้น ออกมาสนุกสนานเจอเพื่อนๆ ใหม่ๆ พี่ๆ น้องๆ บางทีได้รู้ถึงจิตใจคนลึกๆ ว่ามันมีคนที่เขาแอบจะมาหลอกใช้ๆ มันมีคนแบบนั้นด้วย แล้วก็มีคนที่จริงใจอยากจะช่วยเรา คือเรื่องนี้มันทำให้เรารู้สึกโตขึ้นในด้านจิตใจและการรับกับปัญหาอะไรที่ มันไม่ดี อย่างตอนแรกๆ ที่เราเล่นคอนเสิร์ตนี่มีคนดูประมาณ 10 คนได้ ก็หลายที่เหมือนกันนะครับ กว่าคนดูจะเริ่มขึ้นมาเป็นหลักร้อย หลักพัน คือวงเรามีอยู่ 4 คน ก็ขอให้สนุกที่สุดเลย คนดู 10 คนนี่จะเชียร์เราอยู่หรือไม่เชียร์เราก็ตาม เราสนุกที่สุด เราจะถ่ายทอดออกมาให้เห็นว่าพวกเรายังมีจิตใจสู้

แล้วเคยเล่นให้คนดูเยอะสุดกี่คน?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: น่า จะเป็นหลักหมื่นนะครับ เป็นงานแฟตน่ะ เป็นเทศกาลดนตรีเลยครับ ก็สนุกมากครับ จริงๆ ผมเป็นคนชอบเล่นเวทีเล็กๆ มากกว่าเวทีใหญ่ ชอบสื่อสารกับคนดูได้มากๆ เวทีใหญ่นี่มันสนุกจริง เสียงฮาเสียงเฮจริง อย่างคนเต้นแบบไกลๆ นี่มันเป็นไซต์ที่สุดยอด เหมือนตอนเด็กๆ อยากเป็นร็อกสตาร์ มันก็ได้รู้ว่าชีวิตเรามีภาพนี้แล้ว แต่ว่าการเล่นดนตรีเล็กๆ แบบเล่นในผับก็เป็นการสื่อสารกับคนดูแบบจังๆ ที่เราได้มองหน้าแต่ละคนเลยนะ ว่าคนไหนแฮปปี้สุดๆ เขาก็จะมองกับเรา เราก็มองเขาคืน เล่นกับเขาคืน มันเป็นสวรรค์เลยครับ

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 46

 

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: แฟนของผมก็ชอบวงสควีซฯ ครับ ไม่รู้ว่าสิงห์ไปมองหน้าหรือเปล่า (หัวเราะ)

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: เรื่องแบบนี้ต้องมาคุมเองนะ (หัวเราะ) …ล้อเล่นๆ มันเป็นการสื่อสารด้านดนตรีนะครับ

ชื่อเสียงทำให้ชีวิตคุณเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ผมก็แค่คิดว่าผมมีคนรู้จักมากขึ้นบ้างครับ ไม่ได้โด่งดังอะไร ไม่ค่อยรู้สึกว่ามีอะไรเปลี่ยนเท่าไหร่ครับ ก็คงมีแฟนเพลงขอถ่ายรูปขอลายเซ็น ซึ่งผมชอบอะไรแบบนี้ สนุกครับ แต่ก็ไม่ค่อยคิดเลยว่าเราเป็นคนดังขึ้นหรือเปล่า ไม่ได้พยายามด้วยครับ ตอนนี้ยังอายไม่กล้าสบตาคนอยู่เลยครับ

แต่ดูคุณบนเวทีกับข้างล่างนี่เหมือนคนละกัน

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5ประชาธิป: สิงห์คนละร่าง (หัวเราะ) อย่างที่บอก อยู่บนเวทีรู้สึกเราเป็นพระเจ้าเลยครับ อะไรที่ได้ถ่ายทอดไป มันกว้างมาก กว้างไกลมาก เสียงมันออกไปดัง เราเป็นคนควบคุมมันหมด เราเป็นคนสร้างฟีล สร้างอารมณ์ให้ทุกคนที่อยู่ข้างล่างที่ดูเราอยู่ จากอายๆ ขึ้นไปปุ๊บมีเพื่อนอีก 3 คนในวง มันกลายเป็นทีมที่ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจ แล้วก็พร้อมอยากที่จะโชว์สิ่งที่เราคิดว่าเราทำได้ดีที่สุดออกมา เลยเหมือนแปลงร่างใช้ได้เลยครับ

วรรณสิงห์คิดว่าตัวเองเป็นคนมีชื่อเสียงไหม?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: คือถ้ามองผมมันจะเป็นอีกมุม ผมว่าในทางหนึ่งตั้งแต่เกิดมีคนรู้จักผมแล้ว เพราะผมเป็นลูกของเสกสรรค์ และ จิระนันท์ ซึ่งตอนเด็กๆ ผมรู้สึกเป็นผมด้อยมาก เพราะเป็นได้แค่ลูกเสกสรรค์และลูกจิระนันท์ ไม่มีคนมองผมเป็นวรรณสิงห์ ทำให้ตอนเด็กมันค่อนข้างออกมาในทางที่จะเกเรบ้าง ไม่เรียนบ้าง ไปทำอะไรที่ขัดแย้งกับที่สังคมคาดหวังกับเรา เช่นตอนนี้ติดบุหรี่ชิบเป๋งก็เป็นเพราะตอนแรกอยากเริ่มเพราะอยากท้าทายสังคม นี่แหละ (หัวเราะ) ตอนนี้เลิกยากฉิบหาย แล้วพอโตขึ้นก็ได้เรียนรู้ว่ามันเป็นความอ่อนแอของเราที่ทำให้เราต้องไปทำ อย่างนั้น จริงๆ ตัวตนของเราจะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับพ่อกับแม่เรา หรือสังคมคิดว่ายังไง มันอยู่ที่เราเป็นใครมากกว่า เราถามตัวเอง แล้วพอได้คำตอบในระดับหนึ่งก็เริ่มรู้ว่าอยากทำงานพัฒนาสังคม ในแง่ว่าไม่ได้อยากเป็นคนดี แต่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากเราได้ เพราะผมไม่ค่อยเชื่อคำว่า ‘ความดี’ หรือ ‘จริยธรรม’ เท่าไหร่ เพราะว่ามันเอาไปบิดยังไงก็ได้

แค่รู้สึกว่าปัญหาบางเรื่องมันแก้ได้ ถ้าเราตั้งใจหาทางแก้จริง ๆ  ก็เลยเริ่มจุดนั้นมา ซึ่งนำไปสู่การมีความคิดเยอะๆ ก็เลยมาเขียนหนังสือ แล้วเผอิญว่าหน้าตาดีก็เลยได้มา… (หัวเราะ) ล้อเล่นนะ เผอิญมีโอกาสได้เป็นพิธีกร ก็เลยไปออกทีวี ตอนนี้ทำมาประมาณจะ 10 รายการแล้ว ตั้งแต่อายุ 17 ปีครับ รายการที่ทำให้เริ่มดังจริง ๆ คือ U-School สมัยนั้น หลังจากนั้นทำ Wake Club ของแกรมมี่ ตอนนั้นคนรู้จึกตรึมเลย เดินไปไหนก็ ‘สิงห์เวกคลับๆ’ ก็โอเคสิงห์เวคคลับก็ได้ แต่ตอนแรกคนรู้จักก็หาพิธีกรวัยรุ่น สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอด ช่วงวัยรุ่นที่ทำมาถึงตอนนี้คือการให้สัมภาษณ์แบบนี้ เป็นประจำ เดือนสองเดือนอย่างน้อยต้องครั้งนึง แล้วผมกลับไปนั่งดู มันรีเฟลกซ์ความเจริญเติบโตของผมได้เป็นอย่างดีเลย ผมเลยชอบที่จะให้สัมภาษณ์สิ่งต่างๆ ไม่ใช่อยากให้คนรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่ แต่อยากให้อีก 10 ปีกลับมาดูว่าตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่ เหมือนเป็นการรีเฟลกซ์ตัวเองในยุคนั้นๆ ได้เห็นการเติบโตของตนเองอย่างชัดเจน

จนกระทั่งผมเริ่มเขียนหนังสือ ปุ๊ป เนื่องจากเป็นลูกพ่อลูกแม่คนก็เลยอ่านกันโดยไม่ต้องโฆษณามาก ซึ่งอันนี้ยอมรับได้ไม่เป็นไร แต่ว่าคุณอ่านแล้วรู้สึกยังไง ซึ่งตอนแรกแน่นอนว่าเขียนยังไม่ค่อยดีเท่าไร แต่พอมาตอนหลังเริ่มมีคนมายอมรับมากขึ้น มีคนชมมากขึ้น เราก็เริ่มรู้สึกว่าเราเป็นนักเขียนแล้วนี่หว่า รู้สึกดีที่เริ่มมีตัวตนของตัวเองขึ้นมา จนตอนนี้เรื่องลูกใครมันไม่ใช่ประเด็นในชีวิตขึ้นมาอีกแล้ว เราก็เป็นของเราอย่างนี้ แล้วก็ภูมิใจกับการได้เป็นอย่างนี้ จะดีจะเลวก็ตาม สิ่งที่ผมคิด ณ ตอนนี้ สิ่งที่ผมเป็น ณ ตอนนี้เพราะผมเป็นลูกพ่อลูกแม่ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นต้องไปปฏิเสธเลยว่าผมเป็นลูกใคร

มาถึงจุดนี้ความเป็นนักดนตรีนี่มันยังไม่เคยออกไปสู่สายตาสาธารณชนมาก่อน อันดับต่อไปสมมติว่าคนเริ่มมองเราเป็นนักดนตรีด้วย คือเป็นสิงห์เวกคลับอาจจะไม่ภูมิใจมาก แต่สิงห์ราโชมอนนี่จะภูมิใจมาก เพราะฉะนั้นก็เลยหวังไว้อยู่ว่าเป็นนักดนตรีที่คนเริ่มมองในฐานะว่าดนตรีที่ เราออกไปมีผลยังไงกับเขาบ้าง ในขณะเดียวกันในแง่อื่นๆ หนังสือเราก็เขียนให้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ แล้วในแง่พิธีกร เราก็ไม่รับงานพิธีกรที่เราไม่อยากทำอีกต่อไปแล้ว แต่ถ้าเป็นรายการที่น่าสนใจ อย่างเช่นปลายปีนี้จะมีรายการเกี่ยวกับเดินทางไปเนปาล ไปภูฏาน พม่า ลาว เพื่อเสาะหาคำถามว่าชีวิตคืออะไร คือเป็นสารคดี 50 ตอน ผมเป็นพิธีกร 10 ตอนแรก คือเหมือนจะสะท้อนพระพุทธเจ้าในชีวิตช่วงต่างๆ 10 ตอนแรกคือวัยหนุ่มที่อยู่ในทางโลกแล้วตั้งคำถามว่าชีวิตคืออะไร ผมเลยตอบเซย์เยสทันที ไปไหนไปกัน เพราะผมอยากทำรายการนี้มาก แล้วก็หวังว่ามันจะออกมาดี คือแต่ก่อนผมอาจจะเริ่มจากการเป็นเด็กที่มีโอกาสไปทำนู่นทำนี่เฉยๆ ตอนนี้ก็เริ่มอยากทำงานดีๆ ในด้านนั้นๆ แล้ว จะมีเวลาไปนอนไหม (หัวเราะ) ทุกวันนี้นอนวันละ 4 ชั่วโมง

สมัยก่อนมีคำเรียกนักร้องนักดนตรีว่า ‘เต้นกินรำกิน’ อยากรู้ว่าที่บ้านพวกคุณมองการเล่นดนตรีว่ายังไงบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ตอนแรกแม่ก็เป็นห่วง อยากให้ไปเรียนต่อ แต่พอเขาเห็นเราเอาจริงมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วมันไม่ใช่แบบเล่นอย่างขำๆ เขาเห็นว่ามันมีโปรเซสเยอะมาก ใช้พลังงาน ใช้ความคิด…เขาไม่ได้คิดว่านี่เป็นสิ่งที่ทำเป็นพาร์ทไทม์ เขาเลยยอม ตอนนี้ถึงขั้นแบบว่า ตกแต่งบ้านใหม่แล้วสร้างสตูดิโอให้ในบ้านด้วย ซึ่งผมซึ้งมาก ‘หวัดดีครับแม่ แม่เมื่อยหลังไหมครับ’ (หัวเราะ) ตอนนี้ก็อัดทุกอย่างที่บ้านหมดเลย แต่ก็แน่นอนเขาสร้างให้แต่สตูฯ แต่ของในสตูฯ ผมก็จ่ายหมดตัวแล้ว มันก็เยอะอยู่เหมือนกัน ก็นั่นแหละครับ ตอนนี้ก็หวังกับเรื่องดนตรีไว้มาก แต่ถ้าผิดหวัง คือความคาดหวังทำให้คนเราผิดหวัง เลยพยายามลดความคาดหวังของตัวเองให้ต่ำ แต่แน่นอนว่าออกเทปครั้งแรกจะให้ไม่มีเลยก็คงจะไม่ได้  โตขึ้นมาเรื่อยๆ ก็เรียนรู้ที่จะทำใจไว้ก่อนได้มากๆ ถ้าประสบความสำเร็จผมก็จะแฮปปี้มากๆ แต่ถ้ามันไม่ถึงไหน ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเราได้ทำแล้ว แล้วก็ไปสู่ด้านที่เราทำแล้วสำเร็จดีกว่า คือดนตรีก็ยังรัก ใช่ว่าต้องทำให้สำเร็จอย่างเดียว อาจจะแต่งเพลงทุกเดือน แต่เก็บไว้ฟังคนเดียวก็ได้ ไม่ไปขายแล้ว อายเขา

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ของผมตอนแรกเขาก็รู้สึกงงๆ เหมือนกัน เพราะตอนอยู่อังกฤษเวลาปิดเทอมสั้นๆ ก็จะกลับมาอยู่บ้านที่ลอนดอน จะมีคุณแม่มาเฝ้าอยู่ คุณแม่ก็จะเห็นดีดกีตาร์เสียบใส่คอม ใส่หูฟังเงียบๆ ‘มันนั่งทำอะไรอยู่คนเดียว’ คือนั่งอยู่นานทั้งวันเลยจริงๆ ฮะ แม่ทำอะไรอยู่ในบ้าน น้องทำอะไรอยู่ในบ้าน ก็จะมีผมนั่งอยู่ด้วย เขาก็จะงงว่านี้มันคืออะไร ผมก็จะบอกว่าทางพี่วินเขากำลังกลับเมืองไทยแล้ว เป็นโอกาสเดียวที่เพลงของพวกเราจะมาเสนอค่ายแล้ว แม่บอก ‘มีเพลงด้วยเหรอ เห็นนั่งเงียบๆ อยู่มีด้วยเหรอ’ คือตอนนั้นก็ด้วยความอายครับ ก็ไม่กล้าให้ฟังเท่าไหร่ พอกลับมาเมืองไทยปุ๊บ มาคุยกับค่ายเบเกอรี่มิวสิค เขาบอกสนใจ แม่ก็เห็นว่าเริ่มจริงจังแล้วนี่ แต่ตอนนั้นก็มีปัญหาทางเศรษฐกิจของทางค่ายเบเกอรี่เอง เราก็เลยไม่ได้เซ็นกับเขา ก็เลยทิ้งเวลายาวจนเรามาเจอสไปซี่ดิสก์ คือทิ้งมาประมาณ 4 ปี พอได้ออกเทปจริงๆ มีแฟนเพลงติดตาม เพลงขึ้นชาร์ต คุณแม่ก็เริ่มภูมิใจ คุณพ่อภูมิใจ คือคุณพ่อนี่สนับสนุน เพราะด้วยความที่เขาชอบดนตรีอยู่แล้ว เขาจะชอบบอกว่าเขาเป็นศิลปิน มันจะมีสองอาชีพที่เขาอยากเลือกได้ คือหนึ่งนักดนตรี สองนักฟุตบอล คือตอนนี้ผมแย่งอาชีพเขามาหนึ่งอาชีพแล้ว เขาก็คงอิจฉาผม คือตอนนี้มันเป็นอาชีพหลักผมอยู่ ตอนนี้ก็หาเลี้ยงตัวเองได้ ถึงแม้ยังอยู่บ้านพ่อแม่ รถยังซื้อเองไม่ได้นะครับ แต่ก็ไม่ได้ขอเงินที่บ้านมาหลายปีแล้ว คือตอนนี้จริงๆ เขาก็อยากให้กลับไปเรียน แต่เราก็ขอเขาไว้ ขออัลบั้มสอง ขอปล่อยของเสร็จก่อน พูดจริงๆ ผมก็เริ่มอยากเรียนแล้ว ทำอะไรอย่างเดียวซ้ำๆ กันแล้วมันเบื่อ ถึงแม้มันจะเป็นฝันของเรา เป็นจุดสุดยอดของเราไปแล้ว แต่ว่าอยากให้มีจุดสุดยอดหลายๆ จุดเหมือนกันครับ ผมอยากจะไปเรียนที่ญี่ปุ่น ก็เพราะว่าใช้ชีวิตอยู่ทางภาคฝั่งยุโรปมาแล้ว ที่บ้านก็เลยบอกว่าไหนๆ ก็จะเรียนต่อแล้ว ทำไมต้องไปอังกฤษอีก ก็ไปทางญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อปีที่แล้วผมได้ไปญี่ปุ่นก็ติดใจมากๆ โตเกียวเหมือนไปถึงแล้วแบบ ‘นี่มันประเทศของเรา เราอยากอยู่ที่นี่มากเลย’ ก็อาจจะไปเทคคอร์สครับ ไม่ถึงกับต้องเป็นปริญญาอะไร

พวกคุณคิดว่าอาชีพนักดนตรีมีบทบาทกับสังคมยังไงบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: เยอะนะครับ ไม่ว่าจะทางตรง หรือไม่ตรง คือตัวผมเมื่อก่อนก็ใฝ่ฝันอยากเป็นนักดนตรี ตอนนั้นเกเรนิดนึงก็ไม่ค่อยเรียน ฟังเพลงร็อกอะไรอย่างนี้ ผมเชื่อว่ามันมีเด็กยังงี้อีกเยอะที่เมืองไทย ที่เขามีฮีโร่ มีไอดอลเป็นนักดนตรี ซึ่งจะทำให้เขาหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมากเลย ถ้าการสื่อสารของเราไปให้เขาไปในทางที่มันผิดนิดเดียว มันอาจจะทำให้เขาใช้ชีวิตไปในทางที่ผิดได้ อย่างเช่นการใช้ยา หรือว่าไม่เชื่อฟังพ่อแม่ ไม่เรียน มันเหมือนเป็นการทำให้เขาคิดว่า พวกเท่ๆ พวกพี่พวกนี้เขาทำกัน ทำไมพวกเราจะทำไม่ได้ แล้วเขาก็จะมานั่งเสียใจภายหลัง ก็เขาไม่รู้หรอกว่าพวกพี่ๆ เขาเรียนจบอะไรมาหมดแล้ว ถึงมาทำอะไรอย่างนี้ได้ ทางหนึ่งที่เราสื่อสารให้เด็กๆ ได้ คือการสื่อสารทางเพลง แล้วก็อาจจะมีจัดกิจกรรมดีๆ บ้าง ซึ่งก็ยังเกินความสามารถของผมอยู่ ตอนนี้ก็คงได้แค่การออกคอนเสิร์ต พูดคุย ทำเพลงดีๆ เพลงมีความหมาย ปลุกชีวิตเขา ให้กำลังใจเขา น่าจะช่วยได้

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ผมอาจจะมองต่างไปหน่อย คือเนื่องจากตัวเองก็มีในระดับหนึ่ง และพ่อแม่ตัวเองก็มี ผมก็ได้เห็นด้านที่ทุกคนเห็นกันและด้านที่คนไม่เห็น และผมก็เชื่อว่าคนทุกคนเป็นคนหมด เพราะฉะนั้นการนำเสนอว่า คนดังต้องไม่สูบบุหรี่ ต้องพฤติกรรมดี ถ้าเขาไม่ได้เป็นอย่างที่เขาเป็นจริงๆ สุดท้ายมันก็หลุดออกมา แล้วยิ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ชอบข่าวฉาวมาก มันก็จะหลุดออกมาเร็วมาก ผมเลยเชื่อว่า ทำตัวตามที่เราเป็นไป ให้เขาเห็นทั้งด้านที่ดีและไม่ดีของเรา แต่เราก็ยอมรับด้วยว่าบางด้านไม่ดี แต่ว่าเราเลิกไม่ได้ อีกด้านก็เป็นความอยากส่วนตัวของผมด้วยที่ไม่อยากเสียความเป็นหนึ่งเดียวกัน ของการกระทำและคำพูดไป เพราะว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจในการเป็นตัวของตัวเอง ถ้าผมต้องพูดหรือทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวผมเมื่อไหร่ ผมจะรู้สึกเสียความมั่นใจมากๆ และก็จะไม่กล้าพูดอะไรอีกต่อไป แต่ความจริงผมก็ไม่ได้แคร์ว่าคนอื่นคิดยังไงกับผม แต่ผมแคร์ว่าผมคิดยังไงกับตัวเอง ไม่ให้ผมรับไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอย่างนี้ได้ยังไง ผมก็จะพยายามดูแลความเป็นหนึ่งเดียวของตัวเองไว้ให้มากที่สุด แต่ถ้าเราต้องสละความเป็นตัวเองไปบ้างเพื่อดูแลคนรอบข้าง หรือให้คนรอบข้างมีความสุข ก็ยินดีที่จะทำในระดับที่ไม่มากจนไร้เหตุผล อย่างเช่นไปประกวด หนุ่มคลีโอ เป็นต้น ทำเพื่อให้พีอาร์ของบริษัทเราแฮปปี้ (หัวเราะ) ตอนแรกผมเครียดมากเรื่องคลีโอ เพราะผมไม่อยากทำมาก ขณะเดียวกันก็ยอมๆ ไปเพื่อวง เพราะว่าค่ายเขาก็ลงทุนกับเราไปมาก เขาก็อยากพีอาร์เป็นธรรมดา ก็โอเค แต่ขณะเดียวกันให้ไปถอดเสื้อ ไม่เอา หรือให้บอกว่า ‘ผมชอบผู้หญิงใส่กางเกงในสีเขียวครับ’ ก็ไม่เอา แต่ว่าถ้าให้ไปอยู่ในนั้นแล้วพูดในสิ่งที่ตัวเองเป็น ก็โอเค เพราะฉะนั้น กลับมาเรื่องนักดนตรีกับสังคม ผมมองว่า เขาเป็นอย่างที่เขาเป็น น่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ดีที่สุดแล้ว ถ้านักดนตรีที่เป็นชื่อเสียงดังจริงๆ ของโลก อย่าง ไมเคิล แจ็กสัน เพิ่งตายนี่ คนได้เห็นทั้งด้านที่สุดยอดของเขาและด้านที่อะไรก็ไม่รู้ของเขา แต่ถ้าเขาเป็นอย่างนี้ของเขาจริงๆ มันก็ยังสร้างแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลกได้ และผมเชื่อว่าคนที่เขาเห็นเราเป็นแรงบันดาลใจ เขาก็เห็นด้านเสียของเรา แต่เขาก็เลือกที่จะมองข้ามตรงนั้นไป เพราะ ไมเคิล แจ็กสัน ถามว่าด้านประหลาดเยอะไหม เยอะโคตรๆ แต่ขณะเดียวกันคนมองแค่ท่าเต้นเขา มองแค่เสียงเขาก็พอแล้ว ซึ่งผมก็เชื่อว่านักดนตรีมีผลตรงนี้มากๆ

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: แต่ก็จริงนะครับ เพราะว่ามีแฟนเพลงหลายๆ คนเลยสังเกตเห็นว่า เวลาผมขึ้นคอนเสิร์ต ผมดื่ม เขาก็จะถามเหมือนห่วงๆ ว่า ‘พี่สิงห์ดื่มขึ้นคอนเสิร์ตอย่างนี้ตลอดเลย’ แต่ก็ดีที่ไม่มีใครคิดที่จะทำตา ก็แสดงว่าที่พูดก็จริงว่ามันมีหลายทางให้เขาเลือกมอง เราก็ให้เขาไปคิดเอง

ในมุมที่พวกคุณใกล้ชิดวัยรุ่น เห็นว่าวัยรุ่นไทยปัจจุบันมีเรื่องน่าภูมิใจ หรือน่าเป็นห่วงด้านไหนบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: น่าภูมิใจก็มีเยอะนะครับ เห็นมีเด็กไปแข่งฟิสิกส์โอลิมปิก

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ผมมองว่ามุมมองที่เรามีต่อเยาวชนมันโมโนโทนเกินไป มันแบบว่า ‘เด็กสมัยนี้’ คำเดียวก็ครอบคลุมทั้งหมดแล้วเหรอ เพราะว่ามันมีเป็นล้านแบบเลยครับ การที่คุณมองว่าเป็น ‘เด็กสมัยนี้’ นี่มันไม่พอหรอก มันต้องบอกว่าคนคนนี้เป็นอย่างนี้ถึงจะเพียงพอครับ แต่ก่อนผมก็วิจารณ์แหลกเหมือนกัน แต่ตอนหลังรู้สึกว่าตนเองรู้น้อยเกินกว่าที่จะวิจารณ์สิ่งต่างๆ เลยเปลี่ยนมาเป็นตั้งคำถามมากกว่า ว่ามันใช่ไหม ถ้าไม่ใช่บอกผมด้วย แล้วผมก็อยากให้ผู้ใหญ่หลายคนทำแบบนี้บ้าง ว่าเด็กสมัยนี้เป็นอย่างนี้ใช่ไหม แต่ถ้าไม่ใช่มันมีคนอื่นที่เป็นอย่างอื่นไหม เปิดใจให้กว้าง ถ้ามองว่าเด็กสมัยนี้มันต้องบ้าเกาหลี มันต้องสมองกลวง มันก็ไม่มีทางที่จะเห็นเด็กที่เขาเจ๋งๆ ได้ครับ สุดท้ายคนเรามันจะมองสิ่งต่างๆ ตามที่เขาเห็นมากกว่าตามที่มันเป็น แต่การเติบโตมันจะช่วยให้เรามองสรรพสิ่งตามที่มันเป็นได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นบางคนอาจจะแก่แต่ไม่โตก็ได้ เพราะแก่ขึ้นทุกวันมันก็จะมีสิ่งที่ทำให้คุณยิ้มน้อยลงทุกวัน แต่ในขณะเดียวกันคุณก็จะไม่มองเห็นอะไรมากขึ้นเลย แต่คุณไม่ต้องอายุมากคุณก็โตได้ แล้วถ้าโตมากพอก็จะมองเห็นว่าไม่มีอะไรขาวกับดำแน่นอน

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป:  คล้ายกันที่ผู้ใหญ่มองเด็กๆ บางทีเขาจำกัดความไว้เล็กเกินไป แบ่งเด็กเป็นกลุ่มๆ กลุ่มเด็กแนว กลุ่มเด็กเกาหลี คือกลุ่มเด็กแนวมองภาพรวมเขาอาจจะเป็นพวกเด็กก้าวร้าว ซึ่งคุณไปรู้ได้ไงเขาแค่แต่งตัวขาเดฟมานี่คุณก็ว่าเขาก้าวร้าว มันทำให้เด็กที่ภูมิใจในความเป็นตัวของตัวเองเริ่มสับสนแล้ว อย่างเพื่อนผมหน้าเกาหลีแต่งตัวเกาหลี แต่จริงๆ แล้วมันเป็นวงร็อกน่ะครับ มันเด็กหลายสไตล์ เด็กหลายแนวครับ คือดีที่ทุกคนมีแนวของตนเอง มีความคิดของตนเอง เขาอาจจะอินสไตล์มาจากการแต่งตัวของคนที่เขาชอบ แต่มันอยู่ที่ตัวเขาเองจะเอาแค่ภายนอกของคนนั้นมา หรือเอาภายในของคนนั้นมาด้วย ซึ่งมันสำคัญเหมือนกันครับ

อย่างนี้ถามกลับ คิดว่าผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเรามีอะไรน่าเป็นห่วงอีกบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1รรณสิงห์: ถ้าเอาในแง่มุมในการพัฒนาสังคมอย่างเดียวนะครับ ผมไม่ได้พูดถึงการเมืองนะครับ ในฐานะที่คนเป็นคนที่อยู่ในวงการนี้มาสักปีสองปี คือความจริงตั้งแต่มหา’ลัยแล้ว ผมรู้สึกว่าเราใช้เวลาในการเถียงว่าใครถูก มากกว่าเอาเวลามาทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกซะเลย เพราะฉะนั้นเวลาที่มันต้องผ่านรัฐบาลหรือองค์กรใหญ่ๆ  มันนำมาสู่การต้องมีโซลูชั่นเดียว เพราะว่ารัฐบาลหรือ ผอ. หรือ คณะกรรมการมีนโยบายเกี่ยวกับเรื่องเงินได้เรื่องเดียว เขาต้องเลือกโซลูชันจากทั้ง 18 โซลูชันที่เสนอม แล้วไอ้ 18 ทีมที่เสนอมาก็ต้องเถียงต่อว่าใครถูก แต่ผมกลับมองว่าถ้าทุกคนกลับไปทำสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกเลยโดยไม่ต้องรอ ก็จะดีกว่าเยอะมาก นี่ก็เป็นหัวใจในงานพัฒนาสังคมที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ คือพยายามสนับสนุนคนที่มีไอเดียต่างๆ ให้สามารถเริ่มต้นทำสิ่งที่ตนเองคิดได้ว่าน่าจะเกิดขึ้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านองค์กรที่ต้องให้เขาอนุญาติเราก่อน เราอนุญาติตัวเอง ซึ่งจุดสำคัญหลักๆ ก็คือการมีทุน ผมเลยสนใจงานด้านการระดมทุนด้านสังคมมากๆ  เพราะมันทำให้คนที่มีโซลูชันอยู่ในหัวไม่ต้องรอผ่านคณะกรรมการตัดสินศาลฎีกา รัฐบาลอะไรทั้งสิ้น แต่ว่าทำได้เลย ย้อนกลับมาที่ถามว่าเป็นห่วงผู้ใหญ่อะไรสมัยนี้ ผมรู้สึกว่าคำว่าจริยธรรมและความดีนี่มันเอาเวลาไปจากพวกเขาเยอะมาก เวลามาเถียงกันอะไรคือความดี อะไรคือจริยธรรม แต่ว่าในมุมมองส่วนตัวของผม ผมคิดว่าความดีไม่มีจริง ถึงมีจริงก็ไม่ใช่เรื่องสาธารณะ เป็นเรื่องส่วนตัว ความดีของคนแต่ละคนมันมีอยู่แล้ว แต่ความดีสาธารณะที่ทุกคนจะยอมรับพร้อมกันได้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน อย่ามาเถียงเลยความความดีสาธารณะก้อนนั้นมันคืออะไร แต่ขณะเดียวกันเอาความดีส่วนตัวตรงนั้นไปทำให้เกิดขึ้นจริงดีกว่ามานั่งพูด ว่ามันควรจะเป็นยังไง เพราะคำว่ามันควรจะเป็นยังไงมันต่างกับคำว่า ฉันจะให้มันเป็นยังไงเยอะมากๆ

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ผมก็มองคล้ายๆ กันครับ ถ้าเราทำในสิ่งที่เรามุ่งมั่นเลย มันจะได้ออกมาให้เห็นกันเลยว่าเป็นยังไง แล้วมันก็จะออกมาเป็นหลายๆ สาขา แต่ละคนทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมันก็จะออกมาให้คนอื่นให้ประชาชนได้เห็นกัน ว่า มันมีทางเลือกครับ มันไม่ใช่แค่จะต้องมานั่งตัดสินใจกันว่ามันมีหนึ่งทางที่จะไป

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: เทียบกับดนตรีสิ ถ้าสมมติเรามีแต่แกรมมี่ อาร์เอส เราก็ต้องไปรอเขาอนุมัติว่าจะได้ออกเทปเมื่อไหร่ กับถ้าเรามีค่ายเล็กๆ เต็มไปหมด หรือถ้าเดี๋ยวนี้มันมีอินเตอร์เน็ต มีมายสเปซ ก็ทำเลยไง

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: คนฟังก็จะมีทางเลือกในดนตรีมากขึ้น แทนที่จะโดนสื่อหลักๆ ทำให้ดนตรีมันจะพุ่งเข้าใส่หัวเรา เราก็เป็นคนเข้าหาดนตรี เป็นคนเลือกเอง มากกว่าที่จะโดนเขาเลือกเรา ซึ่งผมอยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะว่าสังเกตชาร์ตเพลง ง่ายๆ จากที่อังกฤษ 1ใน 10 ชาร์ตของเขามันมีเพลงที่แตกต่างสไตล์กันไปเลยครับ มีอินดี้บ้าง มีแมสสุดๆ ไปเลย แต่ถ้าเมืองไทยแล้วคุณจะเห็นว่ามันจะมีวงเดียวอยู่ประมาณ 3 เพลงในชาร์ตเดียว แล้วก็มาจากค่ายเดียวกันหมดเลย สไตล์เดียวกัน มาจากค่ายเดียวกัน วงก็ใกล้ๆ กัน ผมว่ามันยังไม่หลากหลาย ทำให้คนไทยไม่เปิดกว้างพอ อยากให้เปิดกว้างแล้วก็รับว่าตอนนี้มันปี 2009 แล้ว ผู้ใหญ่บางคนยังเห็นคนใส่สีชมพู อ้าวนึกว่าเป็นเกย์เป็นตุ๊ด คือต้องเปิดใจกันหน่อยครับ

ถามในฐานะคนไทยครับ พวกคุณมองความแตกแยกบ้านเมืองตรงนี้กันยังไงบ้าง?

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 5 ประชาธิป: ผม คิดว่าการแตกแยกมันไม่เท่าการร่วมกันเป็นปึกใหญ่ๆ เข้าใจกัน การเข้าใจปัญหาของคนนู้น การเข้าใจปัญหาของคนนี้ แทนที่จะคิดแต่ปัญหาของตัวเอง การร่วมมือกันไป เอาความสร้างสรรค์ของแต่ละคนมารวมกันจะดีกว่า ทำเพื่อให้ประชาชน ทำเพื่อให้พี่น้องชาวนาอะไรทั้งหลายกันดีกว่าครับ มาร่วมความคิดกันดีกว่า เราควรรับกันฟังมากขึ้น แต่ก็หวังผลให้ประเทศชาติเป็นหนึ่งเดียวครับ ไม่งั้นจะกลายเป็นประเทศไทยที่จะมีไทยใต้กับไทยเหนือแล้ว เหมือนกับเกาหลีเหนือเกาหลีใต้

สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์ รูปที่ 1 วรรณสิงห์: ผมว่ามันต่างกันถ้าเทียบกับ 14 ตุลา หรือ พฤษภาทมิฬ คือว่าตอนนี้มันไม่มีขาวกับดำครับ ไม่มีว่าอันนี้เป็นฝ่ายเลวแน่นอน อันนี้เป็นฝ่ายถูกแน่นอน แล้วก็ตอนนี้ก็ซาๆ ไปแล้ว คือไม่ได้มีการปะทะไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน มันไม่ได้มีความรู้สึกว่าสงบแล้ว คือไม่ได้เกิดเรื่อง แต่ก็ไม่ได้สงบ เพราะฉะนั้น ถ้าจะแก้ยังไง ถ้าผมตอบได้ผมก็คงจะไปเป็นนายกแล้ว (หัวเราะ) แต่เผอิญผมก็รู้จักกับคนในรัฐบาลเยอะ ก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีว่าจะแก้ยังไง (หัวเราะ) มันคงไม่มีทางแก้หรอกเป๊ะๆ หรอก แต่นั่นก็คือประเด็นของเรื่องนี้ คือคุณอย่าคิดว่ามีโซลูชันเดียวจากคนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่าคิดว่ามันมีโซลูชันโดยรวมสำหรับเมืองไทย แต่ถ้าคุณมองตัวเองว่าให้เล็กลงสักนิด แต่ก็ไม่ได้เล็กจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เพียงแต่อย่างมองว่าตัวเองใหญ่จนเป็นคำตอบหนึ่งเดียวของประเทศไทย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้เล็กจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย คุณก็จะหันไปมองเรื่องที่เล็กกว่ารอบตัว ‘เฮ้ย ในซอยแมวจรจัดเยอะว่ะ แก้ยังไงดี’ หรือ ‘ทำไมเด็กข้างบ้านถึงไม่เรียนหนังสือ ฉันไปหาทุนมาส่งมันเรียนได้ไหม’ ก็แค่นี้ ถ้าคนประมาณหมื่นคนมองตัวเองเป็นแบบนี้พร้อมกันแล้วช่วยคนอีกหมื่นคน แล้วคนอีกหมื่นคนนั้นพอโตขึ้นก็ไปช่วยคนอีกหมื่นคน มันก็สุดยอดแล้วครับ คือมันไม่ต้องการโซลูชันที่แบบว่า ประเทศไทย ณ ปีนี้ต้องเป็นอย่างนี้ เพราะว่าปีนี้คุณชนะ เดี๋ยวปีหน้าอีกทีมก็ชนะแล้ว ใช่ไหมครับ เพราะงั้นเลิกมองภาพระยะสั้นและขนาดใหญ่ แต่หันมามองภาพระยะยาวและขนาดเล็ก น่าจะเป็นทางออกเดียวที่เสนอได้ แต่ก็ไม่รู้ว่ามันใช่หรือเปล่านะ (หัวเราะ)

เรื่อง: วิภว์ บูรพาเดชะ
ภาพ: สุทธิเกียรติ สิงห์คา


happening ฉบับ 30 ประจำเดือนสิงหาคม 2552

เนื้อหา In focus ที่เกี่ยวข้อง

ปั้นจั่น เผยเคล็ดลับ หุ่นลีนสุดเฟิร์ม ไม...

4คนสุดท้าย The Voice และทำไมบางคนถึงตกรอ...

 Cristiano Ronaldo คริสเตียโน่ โรนั...

   MH6 เบิร์ด-โกวิท ประดับ น...

ติดตาม ! ข่าวแฟชั่น ทรงผม สุขภาพ รถยนต์ บน Facebook คลิกเลยที่นี่
แสดงความคิดเห็น : สิงห์พบสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, สิงห์-ประชาธิป มุกสิกพงศ์

เนื่องจากชาว Men.Mthai ให้ความสนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระทู้ต่างๆ มากขึ้นเรื่อย ซึ่งต้องขอขอบคุณสมาชิกทุก ท่านที่ตอบรับและได้แสดงความคิดเห็นที่ดีเสมอมา แต่เนื่องด้วยตอนนี้เกิดปัญหาจากสมาชิกบางท่านที่แสดงความคิดเห็นอันไม่พึ่ง ประสงค์จากเหตุดังนี้

  1. แสดงความคิดเห็นในเชิงก่อกวนนอกประเด็น และหรือสร้างความรำคาญให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  2. แสดงความคิดเห็นที่มีเจตนาประชาสัมพันธ์ขายสินค้า หรือโฆษณาแอบแฝง
  3. แสดงความคิดเห็นพาดพิงหรือสร้างความเสียหายให้แก่สมาชิกท่านอื่นๆ
  4. แสดงความคิดเห็น โดยใส่ข้อความส่วนตัว, อีเมล์ และเบอร์โทรศัพท์ อันผิดต่อกฏหมาย หรือละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
  5. แสดงความคิดเห็นด้วยภาษาหยาบคาย และเชิงลามกอนาจาร เกินกว่าเหตุอย่างมาก
  6. แสดงความคิดเห็นหมิ่นสถาบันเบื้องสูง

ด้วยเหตุดังกล่าวเราจึงมีความจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากสมาชิกชาว Men.Mthai เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเปิดแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี โดยทางทีมงานต้องขอสงวนสิทธิ์อนุญาตให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้น เพื่อ เป็นการยืนยันตนเบื้องต้นได้จาก IP และ อีเมล์ที่ใช้สมัครสมาชิก เมื่อความคิดเห็นใดๆ นั้นสร้างความเสียหาย หรือ ผลกระทบดังที่กล่าวมาข้างต้น

เนื้อหานี้อนุญาติให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิก

หากเป็นสมาชิกแล้ว login ที่นี่ หรือสมัครสมาชิกที่นี่ Register ที่นี่