ผมเคยเป็นคนอ้วน คนผอมและคนหุ่นดีกับ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

Home / health&firm / ผมเคยเป็นคนอ้วน คนผอมและคนหุ่นดีกับ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นคนอ้วน, คนผอม และคนหุ่นดี แชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนักแบบผิดวิธีสู่ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

page

การออกกำลังกาย ให้ร่างกายเข็งแรง ก็เปรียบกับการลงทุนกับอะไรที่ได้กำไรเหนาะๆ เราได้ทั้งร่างกายที่ฟิตและเฟิร์ม หุ่นดี ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม เรียกว่าได้กับได้จริงๆ โดยวันนี้ Men.MThai เราจะนำแรงบันดาลใจดีๆ สำหรับคนที่อยากจะลดน้ำหนักอย่างจริงจัง มาฝากเพื่อนๆ กัน โดยวันนี้เราขอนำเสนอเรื่องราวของคุณก้อง สมาชิกเว็บไซต์ Pantip ที่จะมาแบ่งปันเรื่องดีๆ ในการลดน้ำหนักและ การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง‏

1438012775-1178183286-o

สวัสดีครับผมชื่อก้อง วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์การลดน้ำหนักและการเปลี่ยนแปลงตัวเองของตัวผมเอง เดิมทีแต่ก่อนผมเป็นเด็กมัธยมอ้วนๆดำๆคนหนึ่ง ซึ่งมีคุณสมบัติที่สมควรจะอ้วนหลายประการมากๆ กินจุกจิก, นอนดึก, ไม่ชอบออกกำลังกาย, ติดเกมส์ติดคอมไม่ค่อยออกไปไหน, เลือกกินสารพัด, ฯลฯ โดยสภาพผมแต่ก่อนก็เป็นแบบนี้

ช่วงนั้นผมหนักประมาน 99 กิโล เรียกได้ว่าทั้งอ้วนและอ่อนแอครับ ความสามารถด้านกีฬาเป็นศูนย์ สอบ รด. ไม่ผ่านซักอย่าง ซิทอัพสิบทียังไม่ได้ วิดพื้นห้าทียังลำบาก ส่วนวิ่งก็เป็นลมล้มคาสนามสอบ

1438012749-1840171652-o

แต่แล้วจุดเปลี่ยนแรกในชีวิตผมก็เริ่มขึ้น ช่วงมัธยมปลายเป็นธรรมดาที่จะมีพวกป๊อปปี้เลิฟ แอบรักกุ๊กกิ๊ก อะไรทำนองนี้ แต่ในกรณีเด็กอ้วนดำหน้าตาเอียงไปทางขี้เหร่อย่างผม ก็ได้แต่แอบชอบแอบรักสลับกับผิดหวังเป็นว่าเล่น
จนวันนึงมีแรงฮึดขึ้นมา อยากให้คนที่เรารักคนที่เราชอบสนใจ จึงคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นครั้งแรก ผลก็ออกมาเป็นดังนี้

1438013129-6502547669-o

จาก 99 กิโล กลายมาเป็น 73 กิโล ภายในระยะเวลา 3 เดือน เหมือนจะดูดีใช่มั้ยครับ แต่นี่คือจุดผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตผมข้อนึง วิธีลดน้ำหนักที่ผมทำต่อไปนี้ห้ามเอาเป็นตัวอย่างเด็ดขาดนะครับ อันตรายมาก!

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก แน่นอนวิธีสิ้นคิดสำหรับคนไม่มีความรู้ทางด้านนี้ที่จะนึกได้เป็นอย่างแรกก็คือ “อดอาหาร”
ผมลดน้ำหนักด้วยการกินแค่มื้อเช้ามื้อเดียว จำได้แม่นเลยคือข้าวกล่องเซเว่นอันเท่ามดกับไส้กรอกใส่ผักเยอะๆเพราะได้ยินเค้าพูดกันว่าลดน้ำหนักต้องกินผัก แต่คือกินกับมายองเนส เลวร้ายตั้งแต่มื้อเช้าแล้ว เกินเยียวยามากๆ เที่ยงกินฝรั่งกับนมจืด ตอนเย็นไม่กินอะไรเลยอย่างมากก็แอปเปิ้ล

ตอนนั้นคือหักดิบเลเวลสุดท้าย ฮาร์ตคอร์มากๆ ถึงหิวก็อดทนกินน้ำเอา ตอนนั้นจำได้ว่ากินน้ำนี่ไม่ต่ำกว่า 4-5 ขวดใหญ่ครับ อดทนทำคู่กับการวิ่งรอบสวนแถวๆยิมกรมราชนาวีบางนา 10 รอบ ตอนแรกๆนี่คือได้แค่ 3 รอบ หอบกินลมจะจับ แต่ก็พยายามจนได้สิบรอบทุกวัน พอวิ่งเสร็จก็มายกเวทงูๆ ปลาๆ ทำท่าตามรุ่นพี่ ตามคนที่เล่นในยิมแถวๆนี้เอา เล่นเสร็จกลับบ้านไปก็ไม่กินอะไรเลย

1438013116-9699625668-o

ที่พูดมาทั้งหมดล้วนเป็นวิธีที่ผิดทั้งสิ้น ทั้งเรื่องโภชนาการ ทั้งเรื่องการออกกำลังกาย แต่ตอนนั้นถือว่าเป็นช่วงที่พลังใจเยอะมากที่สุดครับ พยายามและอดทนจริงๆ จนมาถึงจุดเปลี่ยนที่สองในชีวิต

ถึงจะได้ร่างกายที่ผอมสมใจอยาก แต่วันนึงก็เกิดเหตุการณ์นึงขึ้น ผมล้มเป็นลมพับคาห้องน้ำในยิมที่เล่นประจำ ภาพสุดท้ายที่จำได้ตอนนั้นคือมึนหัว ทุกอย่างมืดๆม่วงๆไปหมด ดีที่มีป้ามาเห็นเค้าเลยช่วยไว้ พอหายดีกลับบ้านก็มานั่งคิดได้ว่า นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ถึงจะผอมลงได้แต่ร่างกายกลับอ่อนแอและที่เลวร้ายคือผิวหนังที่ย้วยเหมือนไม่มีกล้ามเนื้อเลย

1438013312-1106231396-o

จึงคิดว่าวิธีแก้ไขใน Internet จนได้วิธีแก้นั่นก็คือ “การเล่นกล้าม” ตอนนั้นประจวบกับช่วงสอบตรงพอดี ซึ่งผมสอบติดแล้วเลยมีเวลามากที่จะทุ่มเทให้กับมัน ผมค้นหาข้อมูลใน Internet, Youtube, เว็บบอร์ดต่างๆ ทั้งเรื่องโภชนาการต่างๆ, เรื่อง BMI, วิธีการกินอาหารและสร้างกล้ามแบบนักเพาะกาย, การ Weight trainning กับการ Cardio ที่ถูกวิธี ,การ Bulk การ Lean, อาหารคลีน

โดยผมเริ่มปรับจากการกินอาหาร จากเคยอดมื้อกินมื้อก็ค่อยเพิ่มเป็น 3 มื้อปกติ กลายเป็น 4 มื้อ หรือ 5 มื้อ
แบ่งสัดส่วนของสารอาหารที่ได้รับ โปรตีน,คาร์โบไฮเดรต และไขมัน ให้ถูกต้อง การออกกำลังกายจากที่เคยวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังแล้วค่อยมายกเวทมั่วๆ ซั่วๆ ก็ยกเวทก่อนค่อยมาทำ Cardio ทำตารางการออกกำลังกายใหม่ แบ่งวันสำหรับกล้ามเนื้อแต่ละส่วนๆ

1438013299-1105987797-o

ทำอาหารจากที่บ้านใส่กล่องไปกินเองที่โรงเรียน กำหนดโปรตีน, คาร์โบไฮเดรตและไขมันที่ต้องการต่อวัน ช่างเอามื้อต่อมื้อ คนที่ไม่รู้ก็จะมองว่าเราแปลก เอ๊ะ พกไก่มากินด้วยหรอ เอ๊ะ กลิ่นอะไรแปลกๆ อ๋อ กลิ่นอกไก่ย่างของไอ้ก้องมัน ผมไม่อายเลยที่จะมานั่งกินไก่กินไข่ แต่บางทีผมก็เกรงใจเพื่อนก็ต้องเอาไปกินในห้องน้ำ

หลังเลิกเรียนก็จะนั่งรถเมล์ไปยกเวทที่ยิมประจำ เป็นอย่างนี้เรื่อยๆจนเข้ามหาลัยก็ยังคงทำอยู่เป็นประจำ ช่วงแรกๆจะหลุดเที่ยวบ้าง ดื่มบ้าง หลุดกินแหลกอะไรไปบ้าง แถมยังอยู่หอ จะทำอะไรก็ลำบาก แต่ด้วยความที่เรารักในการออกกำลังกายไปแล้วและยังมีความรู้ต่างๆอยู่ ถึงจะเป๋ๆไปบ้างแต่ก็ยังมีเวลาเข้าฟิตเนสอยู่ ทำอาหารเองอยู่ อะไรอยู่
จนตอนนี้มีสภาพแบบในรูปครับ

1438013548-1175069597-o

ตอนนี้ผ่านไป 4 ปี ปัจจุบันน้ำหนักราวๆ 72 Body fat น่าจะ 13-14% ผิวหนังที่ย้วยก็ดีขึ้นแต่รอยแตกก็มีอยู่บ้างประปราย ถึงจะยังไม่ถึงเป้าหมายที่ฝันไว้อย่างร่างกายแบบ Fitness model ก็เถอะ แต่ที่เห็นได้ชัดคือผมแข็งแรงขึ้นมาก สุขภาพแข็งแรง ป่วยยาก สามารถออกกำลังกายและกีฬาได้โดยไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อน เลือกเสื้อผ้าก็ง่ายขึ้น ใส่เสื้อผ้าก็สวยขึ้น โอกาสชีวิตในเรื่องต่างๆก็มีมากขึ้น

page2

จบแล้วครับ ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านประสบการณ์เปลี่ยนแปลงตัวเองของผม สิ่งที่อยากจะฝากไว้คืออยากให้ทุกคนที่ความคิดที่จะลดน้ำหนัก,คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้ลองศึกษาให้ดี ใช้วิธีที่ถูกต้องและไม่ลำบากจนเกินไป จะได้ไม่ใช้วิธีที่ผิดๆแบบผมแล้วต้องมาแก้ไขทีหลัง ฟังร่างกายของคุณให้เยอะๆครับ

1438013593-1180593286-o

หวังว่าผมจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครได้บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรที่ผมพอจะให้คำปรึกษาได้บ้าง แนะนำได้บ้างก็ลองมาคุยกันได้ครับ www.facebook.com/suppiez

+

การออกกำลังกายก็เหมือนกับการลงทุน และการลงทุนกับร่างกายเป็นการลงทุนที่ไม่มีวันสูญเปล่า มาเริ่มดูแลตัวเองกันดีกว่าครับ

Men.MThai ขอขอบคุณเนื้อหาและรูปประกอบจากคุณก้อง
สมาชิกหมายเลข 1429673 เว็บไซต์ Pantip
http://pantip.com/topic/33979531