นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 1

 

ว่ากันว่า หากโลกนี้ไม่มีสงคราม นาฬิกาสำหรับนักดำน้ำก็คงไม่มี เพราะเหล่าทหารเรือทั้งหลายในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่ว่าจะในสมรภูมินอร์มังดีหรือเพิร์ลฮาร์เบอร์ ล้วนแล้วแต่ต้องการนาฬิกาเพื่อนัดหมายเวลาเข้าจู่โจมทางน้ำ แต่นาฬิกาทั่วไปให้แต่ความเที่ยงตรง แต่กลับไม่มีคุณสมบัติเรื่องการกันน้ำในระดับที่ดี ไม่มีระบบสำหรับลดแรงดันน้ำหรือออกแบบมาเพื่อดูเวลาได้ในที่มืด หรือตัวเรือนแข็งแกร่งพอจะลุยได้ในทุกสภาพภูมิประเทศ  
 
ตามประวัติของนาฬิกาดำน้ำ โอเมก้าถือเป็นเจ้าแรกที่ผลิตขึ้นมา ตามมาด้วยพาเนอไร ซึ่งผลิตให้กับบรรดาทหารเรือของอิตาลี และถึงแม้ว่าทุกวันนี้ สงครามได้เปลี่ยนรูปแบบไปมาก แต่นาฬิกาสำหรับดำน้ำก็ยังผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักดำน้ำลึกทั้งหลาย และยังถือเป็นการเพิ่มค่าให้กับนาฬิกาแต่ละเรือนอีกด้วย เรามาดูสิว่า มีนาฬิกาดำน้ำเรือนไหนที่น่าสนใจบ้าง

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 2

100 Meter เริ่มต้นความลึกที่ 100 เมตร กับนาฬิกา Jaeger-LeCoultre รุ่น Memovox Tribute to Deep Sea ซึ่งพอเพียงจะใส่ดำน้ำในทะเลอ่าวไทย นาฬิการุ่นนี้ถอดแบบความโดดเด่นมาจากรุ่นดั้งเดิม ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40.5 มิลลิเมตร บรรจุกลไกการทำงานอัตโนมัติ Jaeger-LeCoultre Calibre 956 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง มาพร้อมคุณสมบัติบอกเวลาชั่วโมง นาที วินาที และนาฬิกาปลุกเตือนที่จำเป็นสำหรับนักดำน้ำ หน้าปัดสีดำและเครื่องหมายขีดบอกค่าเวลาชั่วโมงแบบเรืองแสง กระจกหน้าปัดเพล็กซิกลาส โค้งนูนเล็กน้อย มาพร้อมสายหนังสีดำ และในจำนวนผลิตจำกัดเพียง 959 เรือนทั่วโลก

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 3

200 Meter ลงลึกมาอีกหน่อยที่ระดับความลึก 200 เมตร กับแบรนด์นาฬิกาที่มีเอกลักษณ์อย่าง Ulysse Nardin รุ่น Maxi Marine Diver สะท้อนรสนิยม ด้วยตัวเรือนที่ไม่เหมือนใคร ถือเป็นนาฬิกาแห่งทศวรรษใหม่ที่ออกแบบได้โดดเด่น น่าสนใจ ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมและทองชมพูสีกุหลาบ ขนาด 45.0 มิลลิเมตร พื้นหน้าปัดสีดำ สลักลายคล้ายเกลียวคลื่น แสดงเวลาผ่านเข็มโดยแยกหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาทีไว้ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ตำแหน่งเดียวกันยังมีช่องหน้าต่างวงกลมแสดงวันที่ ขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ UN Calibre 26 สำรองพลังงาน
ได้นาน 42 ชั่วโมง มาพร้อมสายยางสีดำพิมพ์ลายคล้ายหน้าปัด

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 4

300 Meter จะลืม Panerai ไปไม่ได้เลย สำหรับ Luminor Submersible 1950 3 Days Automatic ตัวเรือนผลิตจากทองสัมฤทธิ์ CuSn8 เป็นโลหะผสมระหว่างทองแดงและดีบุก มีคุณสมบัติทนทานต่อการสึกกร่อนจากน้ำทะเลและภาวะกดอากาศใต้น้ำ ขนาดหน้าปัดใหญ่ 47.0 มิลลิเมตร ขัดด้าน ขอบตัวเรือนหมุนได้ในทิศทางเดียว ฝาหลังเปลือย ประกอบเข้ากับกระจกคริสตัลแซพไฟร์ เผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติ Calibre P.9000 ที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของ Panerai เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้ 3 วัน ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงสั่นสะเทือน และมาพร้อมสายหนังเฉพาะของ Panerai

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 5

ในระดับความลึกเดียวกันนี้ยังมีอีกเรือนที่น่าสนใจ จาก Richard Mille รุ่น Automatic Chronograph RM032 ตัวเรือนทรงกลม มีให้เลือกทั้งที่ผลิตจากไทเทเนียมผสมทองชมพูสีกุหลาบ หรือจะผสมทองขาว 18K หน้าปัดสเกเลตันที่ขัดแต่งอย่างประณีต แสดงฟังก์ชันบอกเวลาชั่วโมง นาที และวินาที พร้อมฟังก์ชันจับเวลาโครโนกราฟแบบ 12 ชั่วโมง เสริมความสปอร์ตด้วยปฏิทินรายปี โดยบอกวันที่ผ่านช่องหน้าต่างใต้ตำแหน่ง 12 นาฬิกา บอกเดือนผ่านช่องหน้าต่างระหว่างตำแหน่ง 4-5 นาฬิกา ทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 6

333 Meter Ball Watch รุ่น Engineer Hydrocarbon Ceramic XV Automatic มาพร้อมกับกลไกอัตโนมัติ Calibre ETA2892 เที่ยงตรงในระดับโครโนมิเตอร์ ที่รับรองโดยสถาบัน COSC ติดตั้งด้วยไมโครก๊าซ 13 หลอด บนเข็มชี้ชั่วโมง นาที วินาที ตัวเรือนผลิตจากสเตนเลสสตีลขนาด 42.0 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนทำจากเซรามิกเรืองแสง หมุนได้ทิศทางเดียว ผนึกกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนและรอยขีดข่วน

 

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 7

500 Meter ที่ระดับความลึกขนาดครึ่งกิโลเมตรแบบนี้ ต้องควบคู่กับแบรนด์นาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจแห่งโลกใต้ท้องทะเล อย่าง Aquanautic ตอกย้ำการเป็นนาฬิกาคุณภาพสวิสแท้ด้วยรุ่น KingChronograph คงเอกลักษณ์ขนาดตัวเรือนใหญ่ 47.0 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีล ไทเทเนียม เคลือบด้วย PVD สีดำ ขอบตัวเรือนด้านนอกหมุนได้ในทิศทางเดียวสำหรับใช้ในการดำน้ำภายในบรรจุกลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 7750 แสดงวันและวันที่ พร้อมแสดงเวลาได้ 2 ไทม์โซน สำรองพลังงานได้นาน 46 ชั่วโมง แสดงผลบนหน้าปัด แกะสลักลายด้วยเลเซอร์ สามารถเลือกใช้ได้ทั้งสายยางหรือสายไทเทเนียม

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 8

600 Meter เริ่มดิ่งลงลึกมากขึ้น นาฬิกาก็ดูจะโดดเด่นมากตามกันไป ในระดับขนาดนี้ คงไม่มีใครเกิน โอเมก้า (Omega) ที่ต่อยอดมาจากตระกูล Speedmaster ด้วยรุ่นใหม่อย่าง Seamaster Planet Ocean 600 M บรรจุกลไก Omega Co-Axial Calibre 8500 ติดตั้งด้วยบาลานซ์สปริงซิลิคอน Si 14 สำรองพลังงานได้นาน 60 ชั่วโมงจากการบรรจุตลับลาน 2 ตัว แสดงค่าเวลาชั่วโมง นาที และวินาที บนหน้าปัดกลางลงแล็กเกอร์สีน้ำเงิน เจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมกับขอบตัวเรือน Liquidmetal สีน้ำเงิน ปรับหมุนได้สำหรับใช้ในการดำน้ำ เครื่องหมายจุดสำหรับสังเกตการณ์เวลาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาเคลือบสารเรืองแสงสีขาว ติดตั้งเม็ดมะยมพร้อมโลโก้ของแบรนด์และวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมไว้ในตำแหน่ง 10 นาฬิกา

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 9

1000 Meter การพัฒนาสร้างสรรค์เรือนเวลาตามแบบฉบับของ CLERC สามารถสังเกตได้จากผลงานรุ่น Hydroscaph Steel GMT ด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีล สเตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำ หรือทองชมพูสีกุหลาบ ขนาด 44.6 มิลลิเมตร ขอบตัวเรือนหมุนได้ ผนึกเข้ากับกระจกคริสตัลแซพไฟร์เคลือบสารกันแสงสะท้อนและรอยขีดข่วนทั้งบนหน้าปัดและฝาหลัง ภายในบรรจุกลไกการทำงานอัตโนมัติ C606 สำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง แสดงฟังก์ชัน GMT แบบ 24 ชั่วโมง

 

นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 10

ด้านข้างตัวเรือนติดตั้งวาล์วปล่อยก๊าซฮีเลียมอัตโนมัติ กันน้ำได้ลึก 1,000 เมตร ตัวเรือนมาคู่สายยางหรือสายหนังจระเข้อย่างดีในระดับความลึกเดียวกัน แบรนด์แฟชั่นอย่าง Porsche Design ก็สามารถพัฒนาเรือนเวลา รุ่น P?6780 Diver Black Edition ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับแบรนด์นาฬิกาอื่นๆ ด้วยการทำงานของกลไกอัตโนมัติ Sellita SW300 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 42 ชั่วโมง แสดงค่าเวลาชั่วโมง นาที และวินาที คู่กับการแสดงวันที่ ติดตั้งโรเตอร์เอกลักษณ์ของ Porsche Design ในตัวเรือนสเตนเลสสตีลพ่นทรายและสะพานจักรไทเทเนียม พื้นหน้าปัดดำ ตกแต่งด้วยเครื่องหมายขีดตัวเลขและเข็มชี้ฝังด้วยสารเรืองแสงสีขาวเพื่อให้อ่านค่าได้ในที่มืด

 

   นาฬิกาดำน้ำ (Diving Watch) ดำดิ่งสู่มหาสมุทร รูปที่ 11

3000 Meter อาจเกิดข้อสงสัยที่ระดับความลึกนี้คนยังจะดำไปถึงหรือเปล่า แต่สำหรับไบร์ทลิ่ง (Breitling) รุ่น Avenger Seawolf Blacksteel Thailand Limited Edition ดำน้ำลงไปถึงแน่นอน ผลงานเรือนเวลารุ่นนี้สร้างสำหรับชาวไทยโดยเฉพาะ ปรากฏโฉมด้วยหน้าตาตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีดำขนาด 45.0 มิลลิเมตร คู่พื้นหน้าปัดดำแสดงเวลาแบบ 3 เข็ม พร้อมเจาะช่องหน้าต่างแสดงวันที่ในตำแหน่ง 3 นาฬิกา ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกอัตโนมัติ Breitling Calibre 17 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง สำรองพลังงานได้นาน 40 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยคุณสมบัติพิเศษที่สามารถกันน้ำได้ลึก 3,000 เมตร ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้นทุกเรือนจะแกะสลักตัวเลขลำดับและคำว่า ?Thailand Edition? ไว้ตรงบริเวณฝาหลังตัวเรือน

Did You Know ? ทะเลไทยลึกเท่าไหร่

หากนับความลึกจากฝั่งอ่าวไทยนั้น ถือว่าทะเลของไทยอยู่ในระดับตื้นมาก นั่นคือมีจุดลึกสุดเพียง 85 เมตรเท่านั้น แต่หากเป็นฝั่งอันดามัน ซึ่งเป็นทะเลที่มีลักษณะเป็นฟยอร์ด ระดับความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 870 เมตร และจุดที่ลึกที่สุดวัดได้ 3,777 เมตร

 

ที่มา : http://www.gmlive.com

 

avatar

โดย :

25 พ.ย. 2554

Tag :

เนื้อหา fashion&style ที่เกี่ยวข้อง

ROLEX OYSTER PERPETUAL YACHT-MASTER  ...

LV Tambour eVolution in Black ตั้งแต่...

  นาฬิกาสำหรับนักบินรุ่นใหม่ Breiting ...

ติดตาม ! ข่าวแฟชั่น ทรงผม สุขภาพ รถยนต์ บน Facebook คลิกเลยที่นี่

เนื้อหาที่น่าสนใจ

Rui Sha Trista เซ็กซี่ ไฟหน้าขาวจั๊วะล้นทะลัก

Rui Sha Trista อาหมวยจากไต้หวันที่มาอวดค...

ความลับดาราหนังโป๊ รู้ป่ะเบื้องหลังความเอ็กส์ๆ มันมีอะไรบ้าง

ความลับดาราหนังโป๊ รู้ป่ะเบื้องหลังความเ...

ดีเจเพชรจ้า กับรถในตำนาน Ford Shelby Cobra GT 500

ดีเจเพชรจ้า ผู้ครอบครอง Ford Shelby Cobr...

THE NEW ROLEX OYSTER PERPETUAL YACHT-MASTER

ROLEX OYSTER PERPETUAL YACHT-MASTER  ...

ที่สุดแห่งแห่งหนุ่มฮิป 12 อันดับ สตรีทแฟชั่น จาก 12 หนุ่มหล่อ

ที่สุดแห่งแห่งหนุ่มฮิป 12 อันดับ สตรีทแฟ...