Review Honda Accord Minorchange by Men.Mthai หลังจากเดือนมกราคมที่ผมได้ทดสอบเจ้ามาสด้า 2 ไป ระยะเวลาประจำเดือนกว่าๆ ผมได้ติดต่อหารถคันใหม่เข้ามาทดสอบกัน จนเมื่อวันงานเปิดตัว Jazz Minorchange ผมได้ไปพบกับ คุณซิ และได้ติดต่อขอเทสรถฮอนด้า หลังจากวันนั้น 1 เดือน ทางคุณต้า ได้ติดต่อกลับมาและรถ Honda Accord Minorchange ก็มาอยู่ในมือผมแล้ว

คันที่อยู่ในมือผมวันนี้เป็นรุ่น 2.0 EL NAVI แปลเป็นภาษาชาวบ้านก็ รุ่นแพงสุดในเครื่อง 2000 ซีซี แถมติดตั้งจอเนวิเกเตอร์ มาให้แล้ว เท่ดีไม่น้อย จะว่าไปมันไม่แพงสุดนะตัวนี้ เพราะถ้าจะเอาสีขาวมุก เพิ่มเงินอีก 10,000 บาทไทย เพื่อทำสีเป็นสีขาวมุก....เรื่องโลกแตกเถียงไม่หยุดกับเจ้าสีขาวมุกทำไมต้องเพิ่ม 10,000 บาท คือ สีขาวมุกมันต้องพ่นทีหลายชั้น ในการจะมองต้องมองหลายๆ มุม คุณถึงจะเห็นความเงาของมุก มันไม่เหมือนสีขาวของรถ Jazz, City นะ นั้นมันสีขาว นี่มัน สีขาวมุก!!
ทฤษฎีก็ว่าแบบนี้ มันถึงต้องเพิ่มเงิน...แต่มันเป็นเรื่องของอุปสงค์และอุปทานด้วย ก็มันน่าแปลกมั้ยว่า บางประเทศสีเงิน เมทัลลิก หรือ บางรุ่น สีเหลือง กลับแพงกว่า!!!
ยลโฉมภายนอก

ก่อนไปชมตัวรถกันผมอยากจะย้ำ อยากจะเน้น อยากจะบี้ อยากจะคลึง เฮ้ยย ถึง Concept บทรีวิวนี้ ที่มาจากประสบการณ์ โดยยึดถือจากชาวบ้าน ตาสีตาสา คิดจะออกรถสัก จะให้ไปดูเรื่องวิศวะแรงบิด 120 แรงม้า 180 แรงลม 35 3ชิ้น100 ก็ใช่เรื่อง เอาเป็นว่ารูปลักษณ์ ภายนอก ภายใน อุปกรณ์เป็นไงบ้าง จ่ายเงินไปคุ้มกับคันนี้มั้ย หรือ เอาอีกยี่ห้อดีกว่า ประมาณว่า "อยากกินก๋วยเตี้ยวสักชาม แค่อยากรู้ว่าอร่อยมั้ย ไม่อยากรู้ว่า เส้นทำมาจากข้าวสายพันธุ์อะไร ลูกชิ้นมีส่วนประกอบของเนื้อหมูอยู่กี่เปอร์เซ็นต์"

เห็นตัวเป็นๆ ปุ๊บ รู้สึกทันทีถึงความใหญ่ ยิ่งกว่า 9 นิ้วซะอีก บ๊ะ จะมีรถคันไหนเล็กกว่า 9 นิ้วบ้าง แต่สิ่งที่ผมจะบอกว่าวัดกันด้วยตัวเลขแล้วเจ้า Accord คันนี้มันใหญ่โต กว่าคู่แข่งทั้งสองค่าย
อ่อ พอพูดถึงคู่แข่ง นึกขึ้นได้ว่าลืมอธิบายไปว่า เจ้า Accord คันนี้อยู่ใน D-segment ก็หมายถึงกลุ่มรถเครื่องยนต์ 2000-3500 cc คุ้นหูกันมากที่สุดก็คงไม่พ้น Camry, Teana บลาๆๆ นี่ผมไม่ได้กำลังเปรียบเทียบอะไรทั้งนั้นนะครับ แค่ยกตัวอย่างเฉยๆ
(อีกอย่างเลิกตั้งคำถามสักทีว่า จะซื้อ Civic หรือ City ดีนะ? โอ้ว รถมันคนละกลุ่ม คนละราคาขนาดนั้นจะเอามาเทียบกันได้ยังไง เพราะถ้าคุณจะเทียบข้ามรุ่นแบบนี้ Honda Wave ก็ต้องเอาเข้ามาเกี่ยวด้วยจริงมั้ย)

ดวงตา ไฟหน้า เข้าใจคำว่า แค่เพียงสบตา ก็ตกหลุมรักเลย ในกระบวนรถในกลุ่มนี้ผมว่า Accord ออกแบบได้โดนใจผมมากที่สุด (ใช้คำว่าโดนใจผมนะครับ เพราะเรื่องดีไซน์ แต่ละคนมองไม่เหมือนกันแน่นอน)
เครื่อง 2.4 ขึ้นไปนะครับ ไฟหน้าถึงจะเป็นแบบ HID

ไฟตัดหมอก ไฟตัดหมอกก็โดนใจ เป็นโคมแบบเข้ากับตัวรถเลย สวยดี ก็ส่วนตัวไม่ชอบแบบมีพลาสติกสีดำมากั้นๆ อ่ะ

ไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง รถราคาระดับนี้ ไม่มีสิ มันจะดูยังไงๆ อยู่


มีอยู่จุดนึง มือจับเปิดประตู งานออกแบบสวยงามดีครับ


ไฟท้าย ไฟหน้าอย่างงาม ไฟท้ายก็ดูดี ช่วงท้ายทำออกมาดูดีกว่าตัวก่อนนะ ตัวก่อนดูตูดบวมๆ ไงไม่รู้ เห็นไฟเบรกดวงที่สามแบนๆ ราบๆ ติดอยู่ด้านในรถ งานออกแบบสวยดี ชอบๆ

ไฟท้าย อาจจะดูว่าสวยดี แต่..จุดที่ผมรับไม่ค่อยได้จริงๆ ในจุดนี้ คือ มันไปคล้ายกับรถระดับพรีเมี่ยมยี่ห้อนึง รุ่นฉบับเจ็ด โฉม 2004 ลองไปกดกูเกิลหารูปกันดูเองครับ มันดูจงใจเกินไปนิดนะจุดนี้ เสียดายไฟหน้าอุสาออกแบบอย่างสวย

ปลายท่อมีจัดมาให้แล้ว รถกลุ่มนี้แต่งเป็นท่อคู่ซ้าย-ขวา จะแจ่มมาก

ชำแหละภายใน

ได้เวลาเปิดประตูรถ น้อยใจกับกุญแจรถ คนอื่นเขาเป็นแบบ Smart Key (Keyless Entry) ทำไมตัวฮอนด้าไม่เอากับคนอื่นบ้าง ความรู้สึกไม่ใช่อ่ะ ราคาหลักล้านแบบนี้เค้าก็อยากกดปุ่มขึ้นรถบ้างนะตัวเอง ก้อออ
กุญแจออกแบบเป็นเหมือนมีดพับ พร้อมปุ่มเปิดกระโปรงท้าย วิ้ดวิ้ว (จะตื่นเต้นทำไม กระโปรงรถ ไม่ใช่กระโปรงสาวๆ) เจ้าปุ่มเปิดกระโปรงท้ายแบบนี้แหละครับ สะดวกสบายมาก ล็อครถแล้ว ไม่จำเป็นต้องปลดล็อค เปิดเฉพาะกระโปรงท้ายก็ได้
แต่...โดนมากับตัว ด้วยความรีบร้อนเป็นการส่วนตัว ล็อครถดิบดีไม่มีรถหาย เปิดกระโปรงท้ายหยิบของ เดินเข้าห้าง กลับออกมาพบว่า ปิดกระโปรงท้ายไม่สนิท บุญท่วมของไม่หาย เพราะฉะนั้น ระมัดระวังเรื่องนี้กันด้วยนะครับ

ขุมพลัง เครื่อง 2.0 เป็นแบบ ซิงเกิล SOHC ส่วน 2.4 เป็นแบบ ดับเบิ้ล DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-Vtec เจ้าขุมพลังของฮอนด้าเนี้ยแหละครับ ได้เปรียบทุกกระบวนท่า แรงม้ามากที่สุดในบรรดาคู่แข่งทั้งหมด 156 แรงม้าสำหรับ 2.0 และ 2.4 แรงม้ามากมายถึง 180 หยีบกันมันส์ทีนเลย

กระโปรงหน้าเป็นโช๊คด้วย สบายแรง

กดปุ่มเปิดกระโปรงหลังที่กุญแจค้างไว้ ปุ๊บ กระโปรงเปิดพรึ๊บ จุของได้เยอะดี ใส่ถุงกอล์ฟได้สบาย

แต่น่าเสียได้พื้นที่ความสูง เตี้ยกว่าคู่แข่งอย่างวัดด้วยตาเปล่าได้เลย

เห็นคันโยกอะไรบางอย่าง นั้นก็คือที่พับเบาะหลัง

ยกพื้นปูขึ้นมาก็พบล้ออะไร เอ้ย ล้อทำไม เอ้ย ล้ออะไหล่ เอ้ย ถูกแล้ว พร้อมอุปกรณ์งัดรถ..ไม่ใช่ อุปกรณ์แม่แรงเปลี่ยนล้อ

ลิ้นชักเก็บของ มิติลึกดี แต่ตอนเปิดจะค่อยๆ แบบสมูทมากๆ ดูหรูหราดี แต่ มันไม่ค่อยจะทันใจวัยรุ่นเลยอ่ะ


งานดีไซน์ ประตูหน้า-หลัง มีแถบลายไม้ด้านข้าง


จริงๆ รถระดับนี้เรื่องของ เข่าติด ไม่น่าจะต้องคิดมากให้ไมเกรนขึ้น ยืดขาสบาย

ช่วงขากว้างเอาการ



ณ ตำแหน่งเบาะเดิม ไม่มีการเลื่อนเบาะ ด้านหลังก็ยังนั่งสบาย ถึงแม้ว่าเบาะคู่หน้าจะดีไซน์มาหนา ตันพอสมควร

แอบน้อยใจนิดๆ กับพื้นที่เหนือหัว มันไม่ติดเลยทีเดียว แต่ความรู้สึกมันดูอึดอัดไงไม่รู้

แต่ถ้าเป็นคุณผู้หญิงละก็ สบายหายห่วง ดูตัวเล็กจมไปกับรถเลยละ


ผมถ่ายให้ดูช่วงระหว่างขากับคอนโซลรถนะครับ อย่ามั่วแต่มองขาขาวของน้องเค้า


อืมม ขาวจริงๆ เอ้ย ไม่ใช่ เนื้อที่กว้างจริงๆ

มาถึงตอนพับเบาะหลัง เป็นแบบ 98:2 เพราะเหลือที่ข้างๆ อีกนิดหน่อย จะบ้าเหรอ มันก็คือพับลงมาหมดนั้นแหละ

พร้อมมีช่องไว้วางเสาธง หรือ อะไรยาวๆ หรือ เปิดเพื่อหยิบของหลังรถได้ทันที จะว่าไปเรื่องพับเบาะในรถซีดาน และช่องเปิดหลังรถเนี้ย ผมไม่ค่อยเห็นประโยชน์เท่าไรเลย อย่างว่า คงจะเห็นประโยชน์เมื่อต้องใช้มันจริงๆ อะครับ เข้าตำรา มีไว้ดีกว่าเมื่อจำเป็นแล้วไม่มี

ตำแหน่งคนขับ ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง (ขึ้นๆ ลงๆ ซ้ายขวาๆ ab แล้วเราก็จะได้ 30 ตัว) ในเครื่อง 2.4 สามารถบันทึกตำแหน่งของเราไว้ได้ 4 ตำแหน่ง ประมาณว่า ใครขึ้นมาขับก็กดปุ่มนั้นได้เลย ไม่ต้องมากดๆ เลื่อนๆ กันทุกครั้ง

ส่วนตำแหน่งตุ๊กตาหน้ารถปรับได้ 4 ทิศทาง

ที่ปรับกระจกยัดลงมาอยู่ที่ท้าวแขน พร้อมพับกระจกไฟฟ้าทุกรุ่น

มุมมองภายในรถ

ภายในจะมีสองสี เบจ และ ดำ ลายไม้สีดำดูสวยดีนะครับ

มุมมองของพลขับ พวงมาลัยเป็นแบบ 5 ก้าน พร้อมด้วยปุ่มควบคุมเสียงเสียง และ Cruise Control พวงมาลัยของเจ้าตัวนี้ดูสวยดีนะครับ มันโดนใจผมตั้งแต่ตัว Jazz, City แล้วละ ออกแบบได้สวยดี ช่องแอร์แบบแบนๆ กลมกลืนสวยงามกับคอนโซล

มุมมองตุ๊กตาหน้ารถ คอนโซลมีระยะห่างจากตัวคนมาก ทำให้ดูกว้าง ไม่อึดอัด นั่งแล้วดูสบายๆ ดีนะครับ แต่สำหรับคนที่ตัวเล็ก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ตัวเตี้ย อาจมีปัญหานั่งแล้วจมไปกับเบาะ เพราะตำแหน่งตุ๊กตาไม่สามารถปรับขึ้นสูงได้ ทำให้ดูจมๆ มองไม่เห็นหน้ารถ

คอนโซลกลาง แอร์เป็นแบบ Auto สามารถแยกได้ซ้าย-ขวา เกิดมีร้อน-หนาวต่างกัน คนขับร้อน แต่ตุ๊กตาหนาว ก็ไม่ต้องทะเลาะกัน ปุ่มหมุนเล็กๆ นั้นไว้ควบคุมเครื่องเสียง คู่หน้าคนขับ แยกลำโพงเสียงกลางแหลม หรือ ที่รู้จักกันในนาม tweeter ลำโพง 6 ตัว ในรุ่น 2.0 เนวิเกเตอร์ขึ้นไป + 1 ตัว Subwoofer ซึ่งด้วยผมก็อยากลองพลังเสียง เปิดดัง บวกเบส ปรากฏว่าเสียงเบสบวม ถึงกับผิดหวังสุดๆ แต่ก็ทำใจไว้แล้วละว่า มันคือ ลำโพงติดรถ!! ถ้าคุณอยากได้พลังเสียงที่แท้จริงๆ ผมแนะนำมาตลอดว่า ให้ติดลำโพงจากต่างประเทศ ไม่นับ ประเทศจีน และ ประเทศบ้านหม้อ นะครับ
ในตัวที่มีจอเนวิเกเตอร์ สามารถเล่นแผ่น DVD ได้ แต่..ไม่สามารถดูขณะขับรถได้นะครับ ด้วยความห่วงใยจากฮอนด้า และ มีระบบเก็บเพลง HDD ใส่เพลงกันให้เต็มที่ สำหรับรุ่นอื่นๆ ก็เป็นแบบ CD/MP3/WMA 6 แผ่น
ทั้งยังมีช่องเสียบ USB เจ้านี่แหละครับที่ผมลองเล่นดู เหมือนว่ามันไม่แยกโฟเดอร์ให้ เรียงเพลงมาให้เลยเต็มๆ ที่สำคัญ กว่าจะเข้าใจในการทำงานของเครื่องเสียง กดๆ จิ้มๆ อยู่ 2 วันเต็ม!!

ทำไมนานนะหรอ ก็เพราะว่ามันลิ้งค์กับระบบ GPS กดไปกดมาอยู่นั้น เจ้าปุ่มกลมใหญ่นั้นแหละครับ หมุนๆ เลื่อนๆ พร้อมมีเสียงคุณผู้หญิง เนวิเกตี้ บอกตลอด บอกจนจะรำคาญ

ช่องเก็บของกระจุ๊กกระจิ๊ก ถ้าไม่มีช่องตรงที่ท้าวแขน ก็คือไม่มีเลย แบบว่าน้อยเกิ๊น แถมช่องมือจับประตูที่คนส่วนใหญ่ชอบเอาไว้วางบัตรจอดรถ มีรู ว๊าก หย่อนปุ๊บ ร่วงปั๊บ จะมีก็ชองวางแก้ว เปิด-ปิดสวยงาม แต่ถ้าวางแก้วก็หมดที่เก็บของกัน
ในช่องที่ท้าวแขนมีที่เสียบปลั๊ก และ สายเสียบ USB

มีช่องที่จุดบุหรี่แยก และช่องเก็บเศษตังค์เล็กๆ

ด้านหลังพอจะดูดีขึ้นมาหน่อย ที่ท้าวแขนสามารถวางแก้วน้ำได้อีก ที่ประตูยังมีช่องเขี่ยบุหรี่ด้วย ไม่แนะนำครับ เพราะเราควรเขี่ยนอกรถ จะได้ไม่เลอะรถเรา เอิ๊กๆๆ


ดวงไฟในรถมีทั้งบนเพดาน และด้านข้าง สว่างไสว

เพดานยังมีช่องเก็บแว่น และม่านบังแดดก็มีกระจกติดมาให้ทั้ง 2 ฝั่ง
ความปลอดภัย สบายใจ

ระบบเบรก เป็นดิสเบรกทั้ง 4 ล้อ ABS (ระบบป้องกันล้อล็อคตาย) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (กระจายแรงดันน้ำมันเบรกให้เหมาะสม) ในตัว 2.4 มีระบบควบคุมการทรง VSA พร้อมระบบเสริมแรงเบรก BA มาให้ด้วย จริงๆ รถขนาดนี้น่าจะให้มาด้วยทั้งหมดทุกรุ่นเลยนะ

ถุงลมนิรภัย 6 จุด ถ้าเอาแบบเป็นม่านด้วย เฉพาะในรุ่น 2.4 ขึ้นไปครับ
ล้อหมุนออกซิ่ง

ได้เวลาล้อหมุนไปซิ่งกันแล้ว แรกเริ่มก็ขับวนๆ เวียนๆ อยู่ในวงจราจรรถติดของกรุงเทพฯ มันรู้สึกตงิดๆ ขึ้นมาในใจแล้วว่า ขนาดรถคันใหญ่แบบนี้ เครื่อง 2000 จะเอาอยู่หรอ แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆ ครับ ในตอนเร่งแซง วัดแรงบิดกัน หรือจังหวะปาดหน้ารถชาวบ้านนั้น ตรงตามที่ซ้อสามได้พูดไว้ว่า "ม่ายล้ายลั่งใจเลย"

ด้วยแรงม้าที่ใส่มาให้ 156 ตัวในเครื่อง 2000 ที่มากมายกว่าคู่แข่ง จะเห็นผลก็ขับระยะไกลๆ ออกต่างจังหวัด มันได้เรื่องจริงๆ ครับ แค่เครื่อง 2.0 ก็ซิ่งมันมากๆ ความเร็วตั้งแต่ 100 กม./ชม. ขึ้นไปขับสนุก
อ่อ อย่างที่เห็นว่าทัศนวิสัย กระจกหน้าจะชิดติดตัว พื้นที่เหนือคอนโซลมีน้อยหน่อย พื้นที่เหนือศีรษะ มันน้อยอยู่แล้ว บวกๆ รวมๆ กัน รู้สึกอึดอัดนิดๆ การมองเห็นเป็นว่าท้องฟ้ามึดตลอดเวลา เพราะสีกระจก แต่เรื่องสีกระจก บางคนชอบนะครับ เพราะช่วยกรองแสงแดดได้


เรื่องเสา A ด้านหน้าขวา ก้านเรียว เนียน ซ้ายเห็นได้ชัดๆ เลยว่า กระจกข้าง ช่วยกันบังทัศนวิสัยอีก มิดเลยทีเดียวเชียว ด้านขวาก็จะบังๆ ขวางๆ ในจังหวะเลี้ยวนิดหน่อย
ที่น่าพูดถึงคงจะเป็นกระจกมองข้าง ที่เน้นความสูง ส่องเห็นท้องฟ้า อันสดใสกันเลยทีเดียว เรื่องความกว้าง ผิดหวังเล็กๆ กระจกข้างน่าจะทำกว้างเพื่อไว้มองรถ ดีกว่ามองท้องฟ้านะครับ

กระจกส่องหลัง ไซส์มาตรฐาน ทำไมไม่มีใครเล่นกระจกยาวๆ บ้างนะ

ประทับใจเสาหลังมาก ถอยเข้า ถอยออกสบาย วิวชัดเจนดี อัตราส่วนการบดบังมีน้อยมาก

กระจกหลังบานใหญ่ มองเห็นท้องฟ้าชัดดี

ระบบ Cruise Control มีติดมาให้ทุกรุ่น สบายดีครับ เวลาวิ่งต่างจังหวัด แต่ต้องเป็นทางที่รถโล่งนะ
ระบบ Cruise Control นั้นเป็นการควบคุมความเร็วรถให้คงที่ ตั้งไว้ที่ 90 กม./ชม. รถก็จะวิ่งที่ความเร็วนี้ โดยยกเลิกโดยการหยีบเบรก หรือ กดปุ่ม Cancel ทั้งนี้ทั้งนั้นการขับรถบนท้องถนนไทย จังหวะที่เราจะหยีบเบรกมีค่อนข้างเยอะ พอเหยียบปุ๊บ เราก็ต้องมากดปุ่ม Cruise กันใหม่ หรือจังหวะลงสะพานที่ความเร็วรถต้องเพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา แต่ระบบนี้ไม่ยอมครับ เครื่องยนต์จะผ่อนแรงรักษาความเร็วไว้ ทุกอย่างย่อมมีดี มีเสียเป็นแน่แท้

ไฟสัญญาลักษณะ Cruise Control อ่อ ส่วนในตัว 2.4 มี Paddle Shift มาให้ อะไรๆ ก็ 2.4 2.4

มาถึงในส่วนของจอเนวิเกเตอร์

ไม่ใช่จอสัมผัสนะครับ ใช้ปุ่มหมุนๆ เลื่อนๆ กดๆ

บอกตรงๆ ว่าใช้ยากเอาการ แถมชื่อสถานที่ ถ้าไม่ใหญ่จริง ท่านพี่เราไม่รู้จัก การนำทางระบบก็นำแบบกำปั้นทุบดิน เน้นทางใกล้ที่สุด แต่ถนนในกรุงเทพฯ รู้ๆ กันดีว่าบางแยกเลี้ยวขวาไม่ได้ ห้ามตรงบ้าง บัสเลนบ้าง เจ้าระบบไม่รู้ด้วยนะครับ ฉะนั้นต้องค่อยสังเกตกฎจราจรให้ดีๆ ไม่ใช่ตามทางที่ระบบบอกอย่างเดียว

ถ้าจะให้รีวิวส่วนเนวิเกเตอร์แบบละเอียด คงต้องเปิดกระทู้กันใหม่ ใช้ยุ่งยากกว่าแบบติดภายนอกเยอะ

แต่ข้อดีก็มี ระบบนำทาง ดีใช้ได้ในระดับหนึ่งเลย จุดสำคัญมีแบ่งจอบอกอย่างละเอียด กันเลี้ยวผิด

แอบมีโลโก้ศูนย์ฮอนด้าให้ด้วย แต่...ก็ต้องศูนย์ดั้งเดิม เก่าแก่เท่านั้น
แน่นอนว่าต้องมีกล้องมองหลังมาให้ สำหรับรุ่น NAVI ใช้งานได้ดีมาก ในตอนกลางคืนก็ยังมองเห็นชัดเจน พร้อมเส้นระยะรถเรา
สาวกนักแต่ง

เริ่มกันที่สำนัก Modulo เป็นสำนักแต่งที่ทางฮอนด้าเลือกใช้ หรือ อีกนัยหนึ่งก็เรียกกันว่า แต่งห้าง




ก่อนเข้าถึงสำนักแต่งต่อไป สิ่งที่สาวกนักแต่งนิยมเปลี่ยนคงไม่พ้น Max ผมเข้าไปแฝงอ่านอยู่ตามบอร์ดต่างๆ ขอบ 20 ใส่ได้สบาย แต่ขอบ 20 ราคาก็แพงเอาการ แถมยางดีๆ แพงกว่าล้อแม็กอีก

มาถึงสำนักแต่งที่ชาวฮอนด้ารู้จักเป็นอย่างดี Mugen ดุดัน ผู้ชายมักชอบสำนักนี้มากกว่า





ราคาชุดแต่งห้าง หรือ นำเข้าจากญี่ปุ่น ราคาแพงเอาเรื่อง ชิ้นหนึ่งของชุดห้าง อาจได้รอบคันจากงานไทย แหม ทั้งนี้งานห้างย่อมดีกว่าอยู่แล้ว เหนียว ทน ไม่แตกง่าย
ราคา Honda Accord
รุ่น 2.0 i-VTEC
E 1,265,000 บาท
EL 1,280,000 บาท
EL NAVI 1,420,000 บาท
รุ่น 2.4 i-VTEC
EL 1,547,000 บาท
EL NAVI 1,687,000 บาท
รุ่น 3.5 V6 VCM
V6 2,940,000 บาท
* สำหรับสีขาวพิเศษ Brilliant White Pearl ของทุกรุ่น เพิ่ม 10,000 บาท
ทิ้งท้ายเอาไปคิด
ข้อดีเห็นได้ชัดเจนเลย ทัศนวิสัย โดยเฉพาะด้านหลัง ทำออกได้ดูโล่งโปร่ง ด้านหน้าอึดอัด แต่มันก็นิดเดียวจริงๆ สำหรับคนตัวสูง ตัวอ้วน ตัวเตี้ย ไม่เกี่ยวนะครับ สบายเลยสำหรับคันนี้ สำหรับสิ่งอยากจะใส่ดาวไปเต็มๆ คงเป็นเรื่องการขับขี่ การเบรก การเร่ง ขุมพลัง i-Vtec ได้ใจไปเต็มๆ มันเป็นข้อชี้ชัดได้เลยที่เดียว ถ้าคุณจะครอบครอง Accord คันนี้ เพราะได้ใจเครื่องยนต์
ข้อสังเกตของรุ่นนี้ ช่วงล่าง ความรู้สึกที่ได้มาค้างๆ คาๆ แรงกระแทกน่าจะทำออกมาได้เนียนกว่านี่สิ การซับแรงกระแทก ผมอยากให้คุณ คำนึงถึงกันด้วย ถ้าคุณกำลังคิดจะเปลี่ยน Max คิดกันแบบง่ายๆ แก้มยางที่หนา ย่อมซับแรงกระแทกได้ดีกว่าอยู่แล้ว องค์ประกอบเหล่านี้จึงมีผลต่อการซับแรงกระแทก
อ่อ อีกอย่าง อะไรๆ ก็ 2.4 มันทำให้รุ่น 2.0 น่าน้อยใจนะ แต่อย่างว่า เรื่องความคุ้มค่า 2.4 ตัวเลือกที่แจ่มที่สุดใน Accord เครื่องแรงกว่า แถมใส่ option มาให้เพียบ จัดตัวนี้ไปเลย จะเล่นตัว NAVI ก็มันไม่โดนใจอ่ะ แค่ดีไซน์เข้ากับตัวคอนโซลมากๆ ส่วนในตัว V6 ราคาเฉียด 3 ล้าน เอาเป็นว่าไม่ขอพูดถึงแล้วกัน...

เชื่อผมสิ!! ความนิ่ง ความแรงของเครื่อง แถมยังได้ความภูมิฐาน รถคันนี้พร้อมมอบให้คุณ
ขอขอบคุณ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
----------------------------------------------------
สำหรับค่ายรถท่านใด อยากให้เราไปร่วมทดสอบ ติดต่อได้ทันที
โทร.02-502-0700 ต่อ 7877 (โบ๊ท)
-------------------------------------
ชาว Men.Mthai ร่วมพูดคุย ติดต่อ สอบ-ถาม ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด กันต่อได้ที่


ตั้งเมื่อ: 2011-03-09 15:11:31
โดย: iMADD
ความคิดเห็นที่ 22 เขียนเมื่อ 12:35, 9 Mar 13
okjuy